ชาวเน็ตยังตื๊อ! ตามจิกถามมิน พีชญา ว่างไปจ่ายภาษีหรือยัง?

ชาวเน็ตยังตื๊อ! ตามจิกถามมิน พีชญา ว่างไปจ่ายภาษีหรือยัง?

13422931_283185655406120_1795098955_n_1469595305 13534127_804214679678976_176878940_n_1469595306 13561830_270330336657544_2142481382_n_1469595307 13774452_1440983079252493_1822567077_n_1469595308

ชาวเน็ตยังตื๊อ! ตามจิกถามมิน พีชญา ว่างไปจ่ายภาษีหรือยัง?

ฮือฮากับการเปิดตัวหวานใจหนุ่มไฮโซ สำหรับนางเอกสาว มิน พีชญา ซึ่งเป็นหนุ่มคนแรกที่มินออกมาเปิดตัวชัดเจน กลายเป็นข่าวดัง ตั้งแต่มีภาพหลุดเดินควงช้อปปิ้งที่ห้างดังแล้ว จนมีคนมองว่าเธอเปิดตัวแฟน เพราะกลบกระแสข่าวเรื่องกระเป๋าหรูหรือเปล่า? เจ้าตัวก็บอกแล้วว่าไม่จริง แต่ยังมีชาวเน็ตเข้าไปคอมเม้นท์ ถามเหน็บแนมว่าว่างไปจ่ายภาษีหรือยัง ในรูปที่เจ้าตัวลงคติคำคมภาษาอังกฤษที่แปลประมาณว่าปัญหาบางอย่างก็ต้องมองข้ามไปบ้าง

“คนไทยนี่ตลกจังเลยนะคะ สนับสนุนให้คนทำผิด โง่จริงๆ”

“มาอีกคน น่าสงสารประเทศค่ะ คนปกป้องคนผิดโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสียผลประโยชน์ โง่จังค่ะ55555555555555555555”

“ก็แค่มาถามค่ะ จะดูว่าดาราสุดที่รักกกกกของคุณจะมีสำนึกบ้างไหม แต่เจอแฟนคลับโง่ๆปกป้องคนผิดแบบนี้แล้วเพลียค่ะ”

“เบื่อพวกไม่ยอมรับความจริงค่ะ ตอบไม่ตรงคำถามม โง่จ่ายภาษีแทนดาราของคุณไปนะคะ ประเทศเจริญๆๆๆๆคร่าาาาา”

มีเพียงแฟนคลับที่เข้าไปตอบโต้แทน ส่วนด้านมิน พีชญา ก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดแต่อย่างใด
รูปภาพจากอินสตาแกรม @minpechaya

หนีตายอลหม่าน! โชว์รูมรถยนต์กำลังก่อสร้างพังถล่ม เจ็บหลายราย

หนีตายอลหม่าน! โชว์รูมรถยนต์กำลังก่อสร้างพังถล่ม เจ็บหลายราย

หนีตายอลหม่าน! โชว์รูมรถยนต์กำลังก่อสร้างพังถล่ม เจ็บหลายราย

อาคารก่อสร้างโชว์รูมรถยนต์ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ทรุดตัวพังถล่ม คนงานบาดเจ็บหลายราย

(27 ก.ค.) ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 11.45 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุโชว์รูมอีซูซุ (ISUZU) ความสูง 3 – 4 ชั้น  ที่ตั้งอยู่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 4 (เพชรเกษม – บรมราชชนนี) เลยปั๊มน้ำมัน ปตท. เล็กน้อย ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างเทปูนได้ทรุดตัวลงมา เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย นำส่งรพ.วิชัยเวช อ้อมน้อย จำนวน 9 ราย รพ.มหาชัย 2 จำนวน 3 ราย และรพ.พุทธมณฑล จำนวน 1 ราย และคาดว่ามีผู้ติดอยู่ในซากตึกด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว

ขอบคุณภาพจาก กลุ่ม 61 ข่าวภัยปภ.

กรมการค้าฯเตรียมพร้อมธุรกิจให้ทันการค้ายุคใหม่

กรมการค้าฯเตรียมพร้อมธุรกิจให้ทันการค้ายุคใหม่

กรมการค้าฯเตรียมพร้อมธุรกิจให้ทันการค้ายุคใหม่

กรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนาให้ความรู้ เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทย ให้ทันการค้ายุคใหม่

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านช่องทางการส่งออก และการค้าระหว่างประเทศ ได้ศึกษาโอกาสและช่องทางในการเข้าสู่ตลาด รวมถึงอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย จึงจัดซีรีส์ สัมมนาการค้าต่างประเทศ (The DFT’s Foreign Trade Seminar Series : Driving Forward to The New Era) เพื่อตอบแทนและคืนกำไรให้กับประชาชน รวมถึงให้ความรู้ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทย ปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์การค้ายุคใหม่

ทั้งนี้ จากที่ผ่านมา กรมฯ จึงได้จัดซีรีส์ 4 “เล็งจีน…เดินหน้า ผ่าแดนมังกร” ขึ้น เพราะจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกด้วยขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐอเมริกา และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 9.55 ต่อปี (WDI, World Bank) และเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจโตบวกมาตลอด นอกจากนี้ ขนาดผู้บริโภคภายในประเทศยังมีกว่า 1,300 ล้านคน ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้ทั้งไทยและโลกจะต้องจับตามองจีน เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

กอบกาญจน์ยันไม่พบจีนบอยคอตเที่ยวไทย

กอบกาญจน์ยันไม่พบจีนบอยคอตเที่ยวไทย

กอบกาญจน์ยันไม่พบจีนบอยคอตเที่ยวไทย

‘กอบกาญจน์’ ยัน ไม่พบกระแสข่าวจีนบอยคอตไม่เที่ยวไทย ย้ำ ไม่ประมาท ชี้ตัวเลขท่องเที่ยวยังเพิ่มขึ้น

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีสื่อจีนชักชวนคนจีนไม่ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภาคเหนือในประเทศไทย ว่า หลังจากทราบกระแสข่าวได้ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใน 5 เมืองใหญ่ในจีน เช็กข้อมูลทั้งหมด ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลเก่าเท่านั้น และไม่พบว่ามีกระแสว่านักท่องเที่ยวจีนจะไม่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ยืนยันว่าไม่ประมาทและได้ให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันทางมณฑลยูนานได้อธิบายกฎระเบียบการเดินทางด้วยการนำรถเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้คนในประเทศได้เข้าใจ

อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ กล่าวยืนยันว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนและทุกประเทศรายได้ต่อหัวต่อวันเพิ่มขึ้น ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ซึ่งจะพยายามบริหารให้ดีที่สุด เนื่องจากนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มมีความสำคัญ ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงจากหลายฝ่ายว่าคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นนั้น ยืนยันว่าคนไทยยังท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15

โตส แถลงตอก ฟ้า บาร์บี้ พูดคนละเรื่อง!! ขอลืมมีคนแบบนี้อยู่บนโลก

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwNy8yMDM2MDY2L2UuanBn
124081_1469107107_1469431133

โตส แถลงตอก ฟ้า บาร์บี้ พูดคนละเรื่อง!! ขอลืมมีคนแบบนี้อยู่บนโลก

     ปล่อยให้เรื่องราวยืดเยื้อมานานเกือบสัปดาห์ ล่าสุดนักแสดงวัยรุ่น “โตส อรัสมันต์ จิตตะศิริ” ก็ได้เชิญสื่อมวลชนร่วมฟังการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จในมุมของตนเอง หลังอดีตแฟนสาว “ฟ้า วิศัลย์ศยา ภคศุภกุล” หรือ “ฟ้า บาร์บี้” เน็ตไอดอลชื่อดัง เปิดฉากแฉพฤติกรรมโหดโดยอ้างว่าถูกเจ้าตัวทำร้ายร่างกายหลายจุด พร้อมนำเอกสารแจ้งความและใบรับรองแพทย์ออกมาโชว์สื่อทั้งน้ำตาเมื่อสัปดาห์ก่อน!!

ซึ่งงานนี้นอกจากหนุ่ม “โตส อรัสมันต์” จะออกมายืนความบริสุทธิ์ใจ พร้อมชี้แจงรายละเอียดประหนึ่งว่าเป็นหนังคนละม้วนแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังฝากวลีเด็ดไปถึงอีกฝ่ายด้วยว่า “จากนี้ไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก และจะลืมด้วยว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลก”…

วันนี้ผมต้องขอออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมไม่ได้ทำ สำหรับกรณีที่เขาออกมาบอกว่าผมทำร้ายร่างกายเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นก็คือ เขาเป็นคนนัดให้ผมไปเจอเอง และผมก็ไปตามที่เขานัด แต่ตามปกติเราสองคนเลิกกันแล้วนะเพียงแค่เรายังเจอกันได้ ซึ่งพอผมไปตามที่เขานัดปุ๊ป เขาก็บอกให้ผมไปรอเขาอยู่ในที่ๆ หนึ่งก่อนแล้วค่อยออกมาเจอเขา ซึ่งพอเขาบอกมาแบบนั้นผมก็เลยรู้สึกเอะใจว่าเขาน่าจะออกไปไหนแน่ๆ จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจว่าจะแอบไปหน้าบ้านเขา แต่ด้วยความที่มือถือผมแบตหมด ผมก็เลยต้องขับรถไปตรงป้อมยอมและก็โทรบอกเขาว่า “ผมอยู่หน้าบ้านเขาแล้วนะ ไหนบอกว่าอยู่บ้านไง”จากนั้นเขาก็เลยขับรถกลับมา และพอเจอกันผมก็ถามเขาปกตินะครับว่า “ไปไหนมา บอกให้โตสมาและออกไปหาคนอื่นมาใช่ไหม” คือผมถามเขาดีๆ ปกติ ไม่ได้โวยวายหน้าหน้า ไม่ได้บีบแตร หรือทำอะไรตามที่เขาพูดเลย และถ้าผมทำแบบนั้นจริงๆ ยามที่ป้อมไม่มาไล่ผมเหรอ ตำรวจไม่มาจับผมเหรอถ้าผมบุกรุกบ้านเขาขนาดนั้น”

ตอนนั้นเราคุยกันด้วยอารมณ์ไหนถึงได้มีการทำร้ายร่างกาย ?
“ผมคุยอารมณ์ดีปกติอยู่แล้วครับ เพราะผมก็ไม่ได้สนอะไร เนื่องจากเราสองคนต่างก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว แต่ผมแค่ถามเฉยๆ ว่า “เขานัดผมออกมาแล้วเขาไปหาคนอื่นมาเหรอ” ซึ่งมันก็เป็นคำถามกวนๆ แต่ในเมื่อจับไม่ได้ผมก็ขับรถออกไปกับเขาตามปกติ และตลอดเวลาที่อยู่บนรถผมก็พูดแต่เรื่องนี้นะ ย้ำแต่เรื่องนี้ จนเหมือนเขาจะโมโหและก็เริ่มด่าผม ด่าผมเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกวนๆ ถ้าโดนด่าผมจะนิ่งทำหูทวนลมใส่ เขาก็เลยดูแบบว่าหมั่นไส้ผม จากนั้นก็เริ่มถีบผม ยกขาขวาขึ้นมาถีบเลย เขาเป็นคนทำร้ายร่างกายผมก่อน เขาจิกหัวผมดึงลงมาเหยียบเล่นๆ แถมตอนนั้นผมก็กำลังขับรถอยู่ด้วย แต่ผมมีสติไงครับ ผมเอาเท้าขวาเหยียบเบรคและก็ขับรถเบี่ยงไปข้างทาง คือผมจะตบเขายังไง เพราะตอนนั้นผมโดนเขาตบทุกที่ ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมจับมือให้เขาหยุดจริง แต่ผมจับเพื่อดันตัวเขาออกไป รวมถึงบอกกับเขาด้วยว่า “ถ้าหากเขาทำแบบนี้อาจจะทำให้รถคว่ำได่ แต่ถ้าเขาอยากตายก็โอเค โตสจะขับรถไปเรื่อยๆ ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน” จากนั้นผมก็กลับมาขับรถปกติ แต่เขาก็จับผมถีบผมเรื่อยๆ นะ ซึ่งพอผมขับรถมาถึงบ้านเขาก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ดี และก็คุยกับผมดีๆ ได้”

สาเหตุที่ทะเลาะกันคืออะไร ?
“สาเหตุก็คือพอไปถึงบ้าน คนที่เขาไปหาก็ทักมาหาเขาพอดี จากนั้นผมก็เลยถามเขาอีกว่า “ไหนล่ะที่บอกว่าไม่ได้ไปหาใคร แล้วนี่คืออะไร” และเขาก็บอกกลับมาว่า “โอเคเดี๋ยวเลิกยุ่งกับคนนี้ก็ได้ แต่โตสก็ไปเลิกยุ่งกับคนนั้นสิ เราจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม” ซึ่งผมก็ยืนยันไปกับเขานะว่า ผมเลิกยุ่งกับคนนั้นไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ดีสำหรับผม”

แสดงว่าเราก็หึงเขาเหมือนกัน ?
“ผมปกติเลยครับ ไม่ได้หึงเลย จะนัดเจอผมก็ได้ กินข้าวก็ได้ ทำอะไรก็ได้”

เท่าที่ฟังเหมือนเราสองคนจะอยู่ในสถานะต่างคนต่างคบซ้อน ?
“ประมาณนั้นครับ คือเราเคยคบกันมา 11 เดือน เราไม่เคยห่างกันเลย ดังนั้นมันก็ต้องมีความผูกพันกันด้วย”

ตอนอยู่บนรถเราได้ต่อสู้กลับหรือทำอะไรเขาบ้างไหม ?
“อย่างที่ผมบอกครับ ผมยอมรับว่าผมจับมือขวาเขาและก็ดันตัวให้เขาหยุด แต่ผมไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขาเลย ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง”

เขาบอกนะว่าตอนที่ถึงบ้านเราตบหน้าเขาด้วย ?
“แถวบ้านผมมีกล้องวงจรปิดนะ ถ้าเห็นกล้องจะรู้เลยว่า ผมเดินเข้าบ้าน และเขาเดินตาม การปิดประตูทุกอย่างคือปกติ”

แม่เราเห็นเหตุการณ์ด้วยตอนที่เขาดึงกรอบรูปให้เสียงดัง ?
“ตอนแม่เดินเข้ามาเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งนะครับ แม่ยังถามอยู่เลยว่ามีอะไรกันเหรอ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร”

จริงไหมที่เราเอากำปั้นทุบหน้าเขา ?
“ถ้าผมทุบจริงๆ รอยไม่น้อยขนาดนั้นหรอกครับ หน้าต้องแตกแล้ว ยิ่งเหยียบหน้า เหยียบหัว จมูกเขาต้องดั้งหัก ขาหัก แขนหักแล้ว”

แต่คนก็สงสัยนะว่ารอยเขียวช้ำต่างๆ มันมาได้ยังไง ?
“ต้องถามเขาเองครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารอยมาได้ยังไง ผมยอมรับแค่อย่างเดียวว่ามีแค่รอยตรงแขนขวาที่ผมจับเขา อาจจะเป็นเพราะผมจับแน่นไปก็ได้”

ก่อนที่จะแยกกันวันนั้นเราเห็นรอยช้ำต่างๆ บ้างไหม ?
“ผมเห็นแค่รอยแขนรอยเดียวครับ ส่วนรอยอื่นผมไม่รู้ ผมไม่ขอพูดดีกว่าว่ามันเป็นยังไง”

มีบางกระแสที่มองไปว่าเขาเป็นฝ่ายทำขึ้นมาเอง ?
“ผมไม่รู้ ต้องถามเขาครับ ผมให้เกียรติเขา เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ”

ตอนที่เขาแถลงข่าวเราได้ฟังไหม ?
“ฟังครับ ตอนที่ผมฟังบางเรื่องผมก็ตลกนะ แต่บางเรื่องผมก็ดูไปแล้วก็นึกว่าเขาเป็นคนนิสัยยังไง ผมอยู่กับเขามานาน ผมรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง”

แต่เมื่อสักครู่นี้ในรายการเราบอกว่าเขาเป็นคนขู่เราไว้ว่า ถ้าเราไม่คืนดี เขาจะสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา ?
“อันนี้ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ ต้องไปถามเขาว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ถ้าหากผมพูดอะไรออกไปเป็นผู้ชายผมพูดไปก็ดูผิด ดูเป็นหน้าตัวเมีย”

เราบอกให้ไปถามเขา แต่เขาก็ยืนยันนะว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงซึ่งไม่ตรงกับคำพูดเรา ?
“ใช่ครับ ไม่ตรงเลยครับ ผมไม่ได้ทำร้ายเขาเลย”

ตอนทะเลาะกันเขาใช้น้ำเสียงยังไงบ้าง ?
“ผมเป็นคนนิ่งๆ แต่เขาก็จะเป็นคนที่ด่าตามที่เคยมีรุ่นพี่ออกมาพูดว่าเขาด่าผมยังไงบ้าง และพอผมทำหน้านิ่งๆ กวนๆ เขาก็ยิ่งหมั่นไส้”

แสดงว่าเขาสร้างเรื่องออกมาให้คนเข้าใจในตัวเราผิด ?
“ผมพูดอะไรเยอะไม่ได้ แต่ผมให้ทุกคนที่ดูข่าวตัดสินเองดีกว่าว่าเรื่องมันเป็นยังไง”

วันนั้นเราพูดคุยกันจบยังไง ?
“วันนั้นพอเราคุยกันเสร็จก็นอนนะครับ เพราะเราคุยกันถึง 6 โมง แต่นอนปกตินะครับ เราง่วงกันทั้งคู่ จับมือนอนปกติ คุยกันดี ตอนเช้าผมขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขาเข้าบ้านไปเอาเงินมากินข้าวแถวซอยบ้านเขาด้วยนะครับ อารมณ์โกรธไม่มีเลย ทุกอย่างเป็นปกติเลย”

เราได้ถามเขาหรือยังตั้งแต่มีเรื่องราวต่างๆ นานา ?
“ผมไม่คุยแล้วครับ ผมโดนขนาดนี้ผมไม่คุยแน่นอน”

คดีความตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ล่าสุดผมก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา และก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของเขาแล้วครับ ส่วนผมก็แจ้งความกลับเขาเหมือนกันในข้อหาดูหมิ่น คือเขาดูหมิ่นผมตรงข้อความช่วงท้ายที่เขาพิมพ์ลงเฟสบุ๊คว่า ผมเป็นคนไม่ดี หลอกเงินผู้หญิง”

เห็นเขาบอกว่ามีแฟนเก่าของเราส่งข้อความไปบอกเขาด้วยว่าเคยโดนเราทำร้าย ?
“ผมไม่เคยทำเลยครับ แฟนเก่าคนไหนที่เคยโดนผมทำร้ายร่างกายแสดงตัวออกมาเลยครับ ผมไม่ได้มีแฟนมานิดเดียวนะ ผมมีมาเยอะนะ และก็มีแฟนเก่ามาให้กำลังใจผมเยอะเหมือนกัน”

จากนี้จะมีการไกล่เกลี่ยกันไหม ?
“ถ้าเขาจะไกล่เกลี่ยนผมก็ยินดีไกล่เกลี่ยครับ แต่ตอนนี้ผมแจ้งความเขาคืนแล้วด้วย และตอนนี้ผมก็อยู่เฉยๆ หลักฐานผมมีพร้อม พร้อมดำเนินคดีเขาทันที”

แต่เขาก็บอกนะว่าถ้าเราขอโทษและพูดความจริงเขาก็จะยอมไกล่เกลี่ย ?
“ถ้าให้ผมมาขอโทษและให้ผมยอมเขาจริงๆ ผมจะไม่มาสู้ถึงทุกวันนี้เลย”

เห็นเขาบอกอีกว่าเขามีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ?
“ผมเห็นแล้วครับ และผมบอกได้เลยเขามีแค่ตอนที่ผมขับเข้าไปกับขับออก แต่ของผมมีมากกว่านั้น”

ฟีดแบคที่มาถึงเราเป็นยังไงบ้าง ?
“ตอนนี้คนก็คิดกันไปแล้วว่าผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ฟังอะไรเลย ถามว่าเสียใจไหม ผมเสียใจครับ พ่อแม่ผมก็เสียใจ เพราะท่านไม่เคยสอนให้ผมทำร้ายผู้หญิง สิ่งไหนที่ผมผิดผมก็ยอมรับ แต่สิ่งไหนที่ผมไม่ผิดผมก็ไม่ยอมรับครับ”

เรารู้จักเขามานานคิดว่าเขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร ?
“ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ”

เราคิดว่าเขาสร้างเรื่องเพราะอยากดังหรือเปล่า ?
“ก็ส่วนหนึ่งครับ ก็น่าจะมี”

ตัวเขาหรือตัวเราที่อยากดัง ?
“ผมจะอยากดังเพื่ออะไรครับ ผมเล่นหนังของพี่พจน์มา 4-5 เรื่องแล้ว ผมไม่เคยช่วยโปรโมทหนัง ผมไม่เคยเผยตัวว่าผมเป็นนักแสดง ทุกคนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าผมคือใคร แต่พอมีข่าวนี้ผมดังเลย ทุกคนรู้เลยว่าผมไงโตสตบผู้หญิง”

ถ้าฝ่ายหญิงเขาออกมาแถลงอีกรอบเราจะทำยังไง ?
“ถ้าเขาออกมาแถลงอีก ผมจะงัดหลักฐาน งัดคลิป งัดภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็นเลย และผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผมจะให้ทุกคนคิดตามเองว่ามันเป็นยังไง”

เราคิดว่าเรื่องนี้จะจบยังไง ?
“ถ้าผมถูกจริงๆ ผมจะให้เขามาขอโทษ และก็จะยกฟ้องคดีที่ผมแจ้งเขา คือตอนนี้เขาแจ้งความเท็จผมใช่ไหมคับ และถ้าผมถูกผมจะฟ้องกลับเลยว่าเขาแจ้งความเท็จทั้งหมด”

มีเรื่องแบบนี้จะส่งผลถึงงานในวงการเราเลยไหม ?
“ช่วงแรกๆ ก็ส่งผลนะครับ แต่ผมก็ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้วว่าผมไม่ได้ทำ”

เห็นช่วงที่เป็นข่าวก็มีภาพแชทระหว่างเรากับพี่พจน์ถูกปล่อยออกมาด้วย ?
“ใช่ครับ พี่พจน์เขาเคยบอกว่าอย่าคบกับคนนี้นะ แต่ผมไม่เคยเชื่อเพราะผมรักผู้หญิงคนนี้ และผมก็คิดว่าเขาคงไม่เป็นแบบที่พี่พจน์ว่าหรอก ถามว่าพอเกิดเรื่องพี่พจน์เขาว่ายังไงบ้าง เขาก็พักงานผมแล้วครับ พักผมจากงานภาพยนตร์ 2 เรื่อง”

ยืนยันว่าตอนที่เราไปบ้านเขา เราไม่ได้เข้าไปเพื่อง้อเขาแน่นอน ?
“ใช่ครับ ผมเข้าไปบ้านเขายังไม่เจอตัวเขาเลย ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาออกมาพูดเขาบอกว่าเขาอยู่บ้านและผมก็ไปบีบแตรส่งเสียงดัง”

ถ้าหากเขาฟังอยู่เราอยากจะบอกอะไรเขา ?
“เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ เขาหลอกคนอื่นได้แต่เขาหลอกตัวเองไม่ได้ และอย่าให้ผมต้องพูดลึกกว่านี้ อย่าให้ผมต้องเป็นคนแฉ อย่าให้ผมต้องเอาเรื่องจริงมาพูด อย่าให้ผมต้องเอาหลักฐานออกมายืนยัน”

ความสัมพันธ์งงๆ ระหว่างเราสองคนตอนนี้ก็คือจบแล้วแน่นอน ?
“ถ้าข่าวถึงขนาดนี้ผมไม่กลับมาคุยแน่นอนครับ ลืมไปเลยว่ามีคนแบบนี้ในโลกนี้”

แล้วกับคนปัจจุบันตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ผมก็เห็นใจเขานะครับ เพราะเรื่องนี้ก็ส่งผลถึงเขาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าเลิกยุ่งกับเขาดีกว่าเพราะผมก็กลายเป็นคนมีข่าวไปแล้ว”

แฟชั่นแห่งรัชสมัย จากตู้ฉลองพระองค์ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2″

แฟชั่นแห่งรัชสมัย จากตู้ฉลองพระองค์ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2″

แฟชั่นแห่งรัชสมัย จากตู้ฉลองพระองค์ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2″

  สำนักพระราชวังอังกฤษ นำฉลองพระองค์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 มาจัดแสดงให้ได้ชมกันเนื่องในวโรกาสเฉลิมชนมพรรษา 90 พรรษา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ หลายสิบชุด ถูกนำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมอย่างใกล้ชิด ที่พระราชวังบัคกิงแฮม เนื่องในวโรกาสเฉลิมชนมพรรษา 90 พรรษา ในการจัดแสดงที่ใช้ชื่อว่า “แฟชั่นแห่งรัชสมัย : 90 ปีจากตู้ฉลองพระองค์ของควีน”

ซึ่งฉลองพระองค์ที่นำมาให้ชมกันในครั้งนี้ มีฉลองพระองค์ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ไปจนถึงฉลองพระองค์ในยุคปัจจุบัน ที่ทรงใช้ในหลากหลายวโรกาส รวมถึงฉลองพระองค์ที่ทรงสวมเมื่อครั้งขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2496 อีกด้วย สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.59) ไปจนถึงวันที่ 2 ต.ค.ที่จะถึงนี้

อนุสรณ์ชี้จัดดีเบตแต่ไม่มีเสรีภาพก็ไร้ประโยชน์

อนุสรณ์ชี้จัดดีเบตแต่ไม่มีเสรีภาพก็ไร้ประโยชน์

อนุสรณ์ชี้จัดดีเบตแต่ไม่มีเสรีภาพก็ไร้ประโยชน์

‘อนุสรณ์’ ชี้ รบ. – คสช. สั่งจัดเวทีทุกจังหวัด เป็นการเน้นพิธีกรรมแต่ไม่มุ่งที่สาระ ไร้เสรีภาพแสดงคิดเห็นก็ไร้ประโยชน์ ชี้ ต้องเปิดเสรีภาพให้ ปชช.เต็มที่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาล และ คสช.สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีถกร่างรัฐธรรมนูญ ทุกจังหวัด โดยระบุเป็นการตอบสนองข้อเรียกร้องของเครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย แต่เวทีดังกล่าวจะต้องเป็นเวทีปิด ห้ามไม่ให้มีการบันทึกภาพและเสียง ว่า ประชาธิปไตยไม่เคยได้มาจากการร้องขอ การจัดให้มีเวทีให้เป็นพิธีกรรมมากกว่าสาระ เชื่อว่าจะไม่เกิดประโยชน์ และการที่รัฐบาล และ คสช. ดำเนินการแบบนี้ อาจไม่ช่วยให้เกิดบรรยากาศการเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และยังคงมีบรรยากาศของความกลัวปกคลุมอยู่ต่อไป รัฐบาล และ คสช. ต้องสร้างบรรยากาศประชามติที่เสรีเป็นธรรม เท่าเทียมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะช่วงใกล้วันออกเสียงประชามติ ต้องให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ต้องเปิดโอกาสให้มีการให้ความเห็นและถกแถลงถึงข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญอย่างอิสระ และเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม นายอนุสรณ์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้สังคมมีข้อกังวลเพิ่มขึ้น เรื่องสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนจากการทำงานของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายที่ไม่เป็นเอกภาพ เช่น กรณีตัดชื่อคนดีเบตออกจากเวที

ตร.เปิดโครงการบก.น.2ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นนักเรียนนักเลง

ตร.เปิดโครงการบก.น.2ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นนักเรียนนักเลง

ตร.เปิดโครงการบก.น.2ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นนักเรียนนักเลง

‘พล.ต.อ.ปัญญา’ เปิดโครงการตำรวจ บก.น.2 ร่วมด้วยช่วยกัน สกัดกั้นนักเรียนนักเลง ป้องกันเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทในพื้นที่

พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ร่วมเปิดโครงการตำรวจ บก.น.2 ร่วมด้วยช่วยกันสกัดกั้นนักเรียนนักเลง เพื่อแก้ปัญหาระงับยับยั้งการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา ในเขตพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 พล.ต.อ.ปัญญา ระบุว่า การฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นการให้แนวทางความรู้ในการสังเกตการณ์ และเฝ้าระวังก่อนเกิดเหตุ โดยจากการจัดโครงการดังกล่าวเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ตำรวจได้จัดทำบัญชีรายชื่อนักเรียนที่เคยก่อเหตุ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าข่ายจะก่อเหตุ หรือ มีประวัติ และมีอาวุธ ได้ให้เจ้าหน้าที่หมั่นเข้าไปตรวจตราอย่างใกล้ชิด โดยในระหว่างนี้ได้เน้นขอความร่วมมือเฝ้าระวังพื้นที่นครบาล และภูธรภาค 1 เป็นหลัก ส่วนในพื้นที่ภูธรภาค 2 และ 7 ที่เป็นพื้นที่ปริมณฑล พบว่า มีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทน้อย ก็จะเน้นการตักเตือนให้ระมัดระวังโดยทั่วไป

5 ผักผลไม้ เสริมคอลลาเจน เพื่อผิวเด้ง เปล่งประกาย

5 ผักผลไม้ เสริมคอลลาเจน เพื่อผิวเด้ง เปล่งประกาย

5 ผักผลไม้ เสริมคอลลาเจน เพื่อผิวเด้ง เปล่งประกาย

รู้หรือไม่คะว่า เราไม่จำเป็นต้องกินขาหมู คากิ หรือขาไก่ เพื่อรับ คอลลาเจน (Collagen) เข้าสู่ร่างกาย เพราะนอกจากไม่ได้ช่วยให้ผิวสวยแล้ว ยังทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมาอีก

วารสาร The American Journal of Clinical Nutrition เก็บข้อมูลผ่านการสำรวจอาหารประจำวันของอาสาสมัคร พบว่าอาหารประจำวันที่มีวิตามินซีต่ำ ส่งผลให้ผิวแห้งและริ้วรอยก่อนวัย

เพราะหากขาดวิตามินซี คอลลาเจนจะยึดกันไม่ดี ความยืดหยุ่นลดลง ฉีกขาดง่าย ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพผิว ยังสังเกตได้ชัดจากปัญหาสุขภาพเหงือก และหลอดเลือด ทั้งเลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม หลอดเลือดฝอยเปราะ เลือดออกใต้ผิวหนังเป็นรอยจ้ำแดงเนื่องจากผนังเส้นเลือดฝอยเปราะบาง สาเหตุจากคอลลาเจนที่ผนังเส้นเลือดฝอยเสียโครงสร้าง

มื้อสุขภาพ ปักษ์นี้มีผักผลไม้ทางเลือกที่กินแล้วช่วยเติมสารสำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน แน่นอนว่า ช่วยให้ผิวเด้ง เปล่งประกายและสุขภาพเลิศได้แน่นอน

พริกหวาน 3 สี

พริกหวานที่พบเห็นทั่วไปในท้องตลาด มีทั้งสีเหลือง แดง และเขียว แต่ละสีมีปริมาณวิตามินซีแตกต่างกัน

ผลการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารโดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า พริกหวานสีเหลืองและสีแดงมีปริมาณวิตามินซีสูงมาก โดย 1 ถ้วยตวง มีปริมาณวิตามินซีมากกว่า 2 เท่า ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วัน ส่วนพริกหวานสีเขียวมีปริมาณวิตามินซี คิดเป็น 92 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใน 1 วัน

มหาวิทยาลัยรัฐไอโอวา (Iowa State University) แนะนำเพิ่มเติมว่า ควรกินพริกหวานแก่สีเข้ม เพราะมีปริมาณวิตามินซีเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า พริกหวานสีเหลืองและสีแดงอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ โดยเบต้าแคโรทีนจากผักและผลไม้จะได้รับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ

โดยวิตามินเอช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ช่วยสร้างเยื่อบุต่าง ๆ เช่น เยื่อบุช่องปากและในระบบทางเดินอาหาร เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูกและฟัน ต้านความเสื่อม ชะลอวัย ช่วยให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีรายงานทางระบาดวิทยาพบว่า การกินผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูงยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด ส่วนพริกหวานสีเขียวไม่พบสารเบต้าแคโรทีน แต่มีใยอาหารสูงกว่าพริกหวานสีเหลืองและสีแดงเล็กน้อย

ถั่วลันเตา

วารสาร the Journal of the American College of Nutrition สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และตรวจสภาพผิวหนังของอาสาสมัคร จาก 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย กรีซ และสวีเดน พบว่า ผู้ที่มีผิวอ่อนเยาว์ นิยมกินพืชตระกูลถั่วฝัก (legume) เช่น ถั่วลันเตา เป็นประจำ กินผักปริมาณมาก ใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร และกินปลา

โดยถั่วลันเตา 1 ถ้วยตวง ให้วิตามินซี 37 มิลลิกรัม คิดเป็น 37 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใน 1 วัน มีใยอาหารสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และฟอสฟอรัส 8 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใน 1 วัน ถือว่ามีปริมาณใยอาหารและฟอสฟอรัสสูงเมื่อเปรียบเทียบกับผักชนิดอื่น

ใยอาหารมีคุณสมบัติช่วยดักจับไขมันและสารพิษในร่างกาย ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ส่งผลให้มีผิวพรรณสดใส ไกลสิว หากกินเป็นประจำยังช่วยป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง

ส่วนฟอสฟอรัส คือเกลือแร่ในร่างกายที่พบปริมาณมากรองจากแคลเซียม โดยสารอาหารทั้งสองชนิดนี้ทำหน้าที่ร่วมกันในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยรักษาและซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์ต่าง ๆ ช่วยกรองของเสียออกจากร่างกายผ่านไต มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย เกี่ยวข้องกับการเก็บและใช้พลังงานในร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่รักษาสมดุลในการใช้เกลือแร่และวิตามินต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น วิตามินดี แมกนีเซียม สังกะสี

มะระขี้นก

มะระขี้นกมีรสขม แต่กลับมีวิตามินซีสูงกว่าผักหลายชนิด พบว่าปริมาณ 1 ถ้วยตวง มีวิตามินซีมากกว่า 2 เท่า ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วัน โดยมีวิตามินซีสูงถึง 121.6 มิลลิกรัม มีใยอาหารสูงมาก คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ มีลูทีน (Lutein) สูงถึง 507.3 ไมโครกรัม

โดยลูทีนเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลายจากฟรีแรดิเคิลที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสายตา ช่วยในการมองเห็น ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกและโรคเกี่ยวกับสายตาเนื่องจากความเสื่อมของเซลล์ในผู้สูงอายุ

ฝรั่ง

แม้ไม่มีรสเปรี้ยว แต่ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูง โดยมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 6 เท่า สูงกว่าสับปะรดถึง 18 เท่า เมื่อเปรียบเทียบจากปริมาณน้ำหนัก 100 กรัมของส่วนที่กินได้ที่เท่ากัน

เพราะมีวิตามินซีสูงถึง 3 เท่า ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วัน การกินฝรั่งผลกลางเพียง 1 ใน 3 ผล จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเกินพอ นอกจากนี้ยังมีใยอาหารสูงมากคิดเป็น 19 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วัน

ส่วนวารสาร Sunway Academic Journal ยังแสดงผลการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารในฝรั่ง พบว่า มีสารแอนติออกซิแดนต์สูงเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น โดยพบทั้งวิตามินซี และสารโพลีฟีนอล (polyphenol) ปริมาณสูง ฝรั่ง 1/3 ผลกลาง มีวิตามินซี 176 มิลลิกรัม และมีสารโพลีฟีนอลถึง 133 มิลลิกรัม ข้อมูลจากวารสารยืนยันว่า หากยิ่งกินฝรั่งทั้งเปลือกจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์ทั้งสองชนิดสูงกว่า ฝรั่งที่ปอกเปลือกออกจนหมด

โพลิฟีนอล คือสารแอนติออกซิแดนต์ชนิดหนึ่ง สามารถต่อต้านฟรีแรดิเคิลซึ่งสาเหตุของความเสื่อมของร่างกายและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ทั้งมีรายงานจาก Journal of the American Academy of Dermatology ระบุว่า สารโพลิฟีนอล สามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ซึ่งมีผลทำร้ายผิวและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ 4 ผลใหญ่ มีวิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการใน 1 วัน หนังสือโภชนาการกับผลไม้ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า ลิ้นจี่จักรพรรดิ 4 ผลใหญ่ มีวิตามินซี 69.3 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน (60 มิลลิกรัม) แต่หากเป็นลิ้นจี่ฮงฮวยจะมีปริมาณวิตามินซีน้อยกว่า คือ 20 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ลิ้นจี่ยังมีสารแอนติออกซิแดนต์ เช่น โพลีฟีนอล แทนนิน (tannin) คาเทชิน(catechin) และไฟเทต (phytate) สูง เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น โดยโพลีฟีนอลช่วยลดการอักเสบลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง คาเทชินช่วยลดความเสี่ยงการแตกของเส้นเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ส่วนแทนนินช่วยป้องกันโรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด

แม้จะมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ลิ้นจี่ยังมีปริมาณน้ำตาลสูงด้วย โดยลิ้นจี่ 4 ผลใหญ่มีน้ำตาลรวม 14 กรัม ทางที่ดีคือกินแต่พอดี กินให้ได้วิตามินซีจากแหล่งอาหารที่หลากหลายทั้งผักและผลไม้

กินวิตามินซีจากธรรมชาติ สร้างคอลลาเจนให้ร่างกาย รับรองผิวเด้ง อ่อนวัย ปราศจากสารพัดโรคภัยค่ะ

ข้อมูลเรื่อง “5 ผักผลไม้ เสริม คอลลาเจน เพื่อผิวเด้ง เปล่งประกาย” จากนิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 425 เขียนโดย ริษณา จรรยาชัยเลิศ

ขอบคุณเรื่องจาก นิตยสาร ชีวจิต

6 ลุคสุดคิ้วท์น่ารักอะไรเบอร์น้านนน! เทคนิคการมิกซ์เสื้อผ้าสไตล์ฮิปๆ

6 ลุคสุดคิ้วท์น่ารักอะไรเบอร์น้านนน! เทคนิคการมิกซ์เสื้อผ้าสไตล์ฮิปๆ

6 ลุคสุดคิ้วท์น่ารักอะไรเบอร์น้านนน! เทคนิคการมิกซ์เสื้อผ้าสไตล์ฮิปๆ

        สาวคนไหนเป็นบ้าง! กว่าจะออกจากบ้านได้เลือกแล้วเลือกอีก ลองแล้วลองอีก ปัญหานั้นจะหมดไป วันนี้ ChicMinistry จะพาสาวๆ มาเตรียมเสื้อผ้า ให้ออกมาลุคคูลๆ ใส่แล้วเท่ คิ้วท์แน่นอน ในสไตล์ฮิปเตอร์กันค่ะ รับรองใส่แล้ว ต้องมีคนทักแน่นอนว่า ‘น่ารักอะไรเบอร์น้านนน’

1.ลุคใสๆ ใส่ได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แดดแรงแค่ไหนก็ไม่สะท้าน แถมน่ารักด้วยนะเอ่อ

image1

2.ขาสั้นหรือกระโปรงสั้นเพิ่มความคิ้วท์ น่ารักไปอีกแบบ

image2

3.ลุคนี้เทรนด์กำลังมานะสาวๆ โดยการหยิบเสื้อยีนส์มามิกซ์แอนด์แมทช์ น่ารักไปอีก

image3

4.สำหรับลุคนี้ใส่ได้ทุกๆ วันกับแจ็กเก็ตตัวเดิมที่ดัดแปลงได้หลายแบบ ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าบ่อยก็สวยแจ่มได้นะสาวๆ

image4

5.ลุคเสื้อลายสก็อตใส่ๆ น่ารัก นำมามิกซ์ได้หลายลุคเวอร์ๆ ขอบอกว่าลุคนี้เราเห็นเน็ตไอดอลใส่กันบ่อยมั้กๆ ลองจัดสักลุคป่ะละ

image5

6.ลุคสุดท้ายหยิบเดรสตัวโปรดมาแต่งลุคสวยกับเพิ่มกิมมิคเท่ๆ กับกระเป๋ากับรองเท้าเข้าชุดก็สวยน่ารักไปอีกค่ะ

image6

 

จบแล้วค่า 6 ลุคสุดคิ้วท์ สาวๆ ลองนำไปดัดแปลงดูนะคะ รับรองใส่วันไหนก็คิ้วท์น่ารัก ก.ล้านตัวแน่ๆ ค่ะ

CR : minimalmefashion