โอละหนอ…อดีตลุงยาม ลืมลอตเตอรี่ไว้ในกระเป๋า ทิ้งนานจนลืม เกือบชวดเงิน 800 ล้าน !

ลอตเตอรี่ 800 ล้าน

 

          ลาภก้อนโตหวิดลอยหายวับไปกับตา เมื่อชายชาวอเมริกันลืมลอตเตอรี่ที่ยังไม่ได้ตรวจ ลืมทิ้งในกระเป๋าเสื้อตัวเก่า โดยไม่คาดคิดว่า จะถูกรางวัลมูลค่าเกือบ 800 ล้าน และเพิ่งมาเจอตอนอีก 2 วันจะหมดอายุ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น  เผยรายงานเรื่องราวชวนอึ้งของจิมมี่ สมิธ ชายชาวอเมริกันวัย 68 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยเกษียณอายุจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ เขาเพิ่งจะพบตั๋วลอตเตอรี่ พาวเวอร์บอล ที่เคยซื้อและยังไม่ได้ตรวจรางวัล แต่ลืมทิ้งไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตตัวเก่าที่แขวนอยู่ในตู้ จึงได้นำมันออกตรวจดู แล้วก็ต้องช็อกสุดชีวิต เมื่อได้ทราบว่า ลอตเตอรี่ใบนี้ถูกรางวัล มูลค่าสูงถึง 24.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 796.5 ล้านบาท

 ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ หากเขารอช้ากว่านี้ไปอีกเพียงแค่ 2 วัน ลอตเตอรี่ใบนี้ก็จะหมดอายุแล้ว โดย จิมมี่ เผยว่า เขาบอกกับตัวเองตลอดว่า ค่อยตรวจเช็กมัน (ลอตเตอรี่) เมื่อมีเวลา จนกระทั่งปล่อยให้เวลาผ่านล่าวงเลยมานานกว่า 1 ปีด้วยกัน นับตั้งแต่วันที่เขาซื้อมันมา โดยลอตเตอรี่ใบนี้ เป็นงวดที่ประกาศรางวัลเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 โดยเลขที่ถูกคือ 05-12-13-22-25-35 ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการด้านการพนันแห่งนิวยอร์ก ทราบว่า มีผู้ซื้อลอตเตอรรี่ใบที่ถูกรางวัลนี้ไป แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร และไม่มีการมารับรางวัลด้วย

กวินเนธ ดีน ผู้อำนวยกองสลากของทางสำนักงาน เผยว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางเราได้มีการแจ้งไปยังผู้เล่นลอตเตอรี่นิวยอร์กทุกรายว่า ให้ตรวจสอบให้ดี ๆ ว่าลอตเตอรี่ของพวกเขาถูกรางวัลหรือไม่ พวกเรากำลังรออยู่ แต่ก็ไม่มีใครมาปรากฏตัว กระทั่งในเวลาต่อมา หลังจากมีข่าวประกาศค้นหาบุคคลลึกลับที่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ จิมมี่ ถึงมีแรงกระตุ้นตัวเองให้ไปตรวจเช็กลอตเตอรีใบเก่าของเขา แล้วก็พบว่ามันเป็นใบของเขาจริง ๆ จิมมี่ เผยว่า ตอนนั้นเขารู้สึกแทบจะหยุดหายใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

จิมมี เดินทางไปรับรางวัลเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ซึ่งตั๋วดังกล่าวมีกำหนดหมดอายุในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 โดยเขาขอรับแบบแบ่งเป็นงวด รวมระยะเวลาทั้งหมด 26 ปี โดยรายงานเผยว่า จิมมี่มีลูก 2 คน และหลานวัย 12 ปี และเขาตั้งใจที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับครอบครัวทั้งหมด เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว เห็นแบบนี้แล้ว หลาย ๆ คนคงรีบไปเช็กดูกระเป๋าเสื้อตัวเองดูให้ไวเลย เพราะบางทีอาจจะมีโชคที่ลืมทิ้งไว้ก็เป็นได้

ที่มา :  kapook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

ดุเดือด พ่อแม่ 2 คู่ ชก-ตบสนั่นห้าง เหตุลูก ๆ แย่งของเล่น เคลียร์กันไม่ลงตัว

 
        เปิดคลิปนาทีโกลาหล พ่อแม่ 2 คู่ ต่อยตีกันดุเดือดกลางสนามเด็กเล่น เพราะลูก ๆ แย่งของเล่นกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมแพ้ อยากให้ลูกตัวเองชนะ เคลียร์กันไม่ลงจนถึงขั้นวางมวย มุมสนามเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้าคือสถานที่โปรดปรานของทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ๆ พวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับของเล่น และสนุกสนานกับเครื่องเล่นต่าง ๆ ส่วนพ่อแม่ที่ช็อปปิ้งกันมาจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็จะได้มีเวลานั่งพักแข้งพักขา นั่งดูลูก ๆ เล่นไปหรือไม่ก็จับกลุ่มพูดคุยกับบรรดาพ่อแม่คนอื่น ๆ แต่มุมสนามเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ มันเปลี่ยนสภาพจากจุดหย่อนใจ และกลายเป็นสนามรบดุเดือด การแย่งของเล่นนำไปสู่ความรุนแรง และคนที่มีเรื่องกันไม่ใช่เด็ก แต่เป็นบรรดาพ่อแม่ !

จากการรายงานของเว็บไซต์แอปเปิลเดลี่ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ระบุว่า เหตุการณ์สุดโกลาหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเมืองเซินเจิ้น เมืองขนาดใหญ่ของมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อย 2 คน วิ่งเล่นอยู่ในมุมของเล่น เหมือน ๆ กับเด็กคนอื่น ๆ พ่อแม่ของทั้งคู่ก็ยืนรอดูอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ตอนแรกทุกอย่างก็ปกติ จนกระทั่งเด็กชายและเด็กหญิงเริ่มแย่งของเล่นกัน ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็ก ๆ อยู่แล้ว 

แต่ทั้งคู่เหมือนว่าจะยื้อแย่งกันไม่ยอมจบ จนพ่อแม่ของพวกเขาเข้ามาเคลียร์ พวกเขามีการโต้เถียงกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็อยากให้ลูกของตัวเองเล่นของเล่นอันนั้น การโต้เถียงลุกลามกลายเป็นโทสะ พ่อของเด็กชายและพ่อของเด็กหญิงเถียงกันเลือดขึ้นหน้า และกลายเป็นวางมวยในที่สุด 
พ่อแม่ 2 คู่ ชก-ตบสนั่นห้าง 



ฝ่ายแม่ของเด็กชายเห็นสามีตัวเองมีเรื่อง ก็รีบเข้าไปช่วย แม่ของเด็กหญิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ยอมเช่นกัน เธอปรี่เข้าไปหาแม่ของเด็กชาย และจิกหัวตบหันอุตลุดอยู่ตรงนั้น ความวุ่นวายไม่จบแต่เพียงแค่นี้ เพราะเพื่อนฝูงของแต่ละฝ่ายก็เข้ามาร่วมวงด้วย ส่วนเด็กหญิงและเด็กชายตัวน้อย ได้แต่ยืนมองดูพ่อ ๆ แม่ ๆ ตีกันด้วยความตกใจและสับสน มีเสียงเด็กร้องไห้ดังระงม 

สถานการณ์มันวุ่นวายมาก เจ้าหน้าที่ของห้างและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบเข้ามาจัดการและแยกทุกคนออกจากกัน จากนั้นพบว่ามีหนึ่งในพ่อแม่ที่วางมวยกัน ได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นต้องนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ทราบในเวลาต่อมาว่าแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น และสามารถกลับบ้านได้แล้ว

คลิปบันทึกเหตุการณ์วุ่นวายนี้กลายเป็นคลิปไวรัลที่ถูกแชร์ไปทั่วอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก และต่อว่าพฤติกรรมของพ่อแม่เหล่านี้ ว่าเป็นผู้ใหญ่แท้ ๆ แต่กลับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แถมยังต่อยตีกันอย่างรุนแรงต่อหน้าเด็ก ๆ ซึ่งมันคงจะเป็นภาพติดตา ที่ฝังใจเด็ก ๆ ไปอีกนาน 

         
ที่มา : Sth.In China


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

   

เวียดนาม คึกคัก ต้อนรับสาวงามทั่วโลก ชิงมงกุฎมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017

 

           เวียดนาม เจ้าภาพจัดงานประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017 จัดเลี้ยงต้อนรับ สาวงามมิสแกรนด์ฯ จาก 75 ประเทศทั่วโลก สุดอลัง ท่ามกลางเหล่าคนดัง สื่อมวลชน ร่วมงานคับคั่ง วันที่ 8 ตุลาคม 2560 มีรายงานว่า สาวงามมิสแกรนด์ฯ จาก 75 ประเทศทั่วโลก ได้เดินทางมาถึงนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อเตรียมเข้าร่วมชิงมงกุฎเวทีมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017 ที่จะมีการประกวดรอบตัดสินขึ้นในคืนวันที่ 25 ตุลาคม นี้ โดยปีนี้ประเทศเวียดนาม รับเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทางประเทศเจ้าภาพได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าสาวงาม ณ ไซง่อน เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (SECC) ท่ามกลางเหล่าคนดัง และสื่อมวลชน ร่วมงานคับคั่ง

ภายในงานได้ให้สาวงามทั้ง 75 คน เดินแนะนำตัวในชุดราตรียาวสวย ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ของแต่ละประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วย เอริสก้า บุตร เพิร์ทตีวี มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2016 เดินอวดโฉมปิดท้ายงานเลี้ยงอย่างสวยสง่า

จากนั้น 75 สาวงามได้เดินทางร่วมงานกาล่าดินเนอร์ ที่โรงแรม พูลแมน เวียดนาม ซึ่งเจ้าภาพให้นางงามร่วมโชว์พลังเสียงกันอย่างสนุกสนาน รวมถึง แพม เปรมิกา พาเมล่า มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2017 ก็ไม่พลาดร่วมโชว์ความสามารถในครั้งนี้ด้วย 

 

 

สำหรับสาวงามผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017 ร่วมกิจกรรมเก็บตัวกับกองประกวดเป็นเวลา 20 วัน โดยมีรอบการประกวดสำคัญดังนี้

           12 ตุลาคม

           – ประกวดรอบชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ที่เมือง กว๋าง บิ่น (Quang Binh)

           17 ตุลาคม

           – ประกวดชุดว่ายน้ำ รอบคัดเลือก ณ บริเวณสระว่ายน้ำ บนเกาะรีสอร์ทหรู ฟู่ โกว๊ก (Phu Quoc Island)

           23 ตุลาคม

           – การประกวดรอบอุ่นเครื่อง (Preliminary Show) ณ มิวสิคัล วอเตอร์ ฟาวเท่น สเตท ในสวนสนุก วิลเพิร์ล แลนด์ 

           25 ตุลาคม

           – การประกวดรอบตัดสิน จัดที่มิวสิคัล วอเตอร์ ฟาวเท่น สเตท ในสวนสนุก วิลเพิร์ล แลนด์ เช่นกัน  

 

 

 

ที่มา : kapook


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

เจ้าตูบ “โมชิ” ขึ้นแท่นสุนัขลิ้นยาวที่สุดในโลก 7.3 นิ้ว

เจ้าตูบ “โมชิ” ขึ้นแท่นสุนัขลิ้นยาวที่สุดในโลก 7.3 นิ้ว

 

      “โมชิ” สุนัขสายพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด ในสหรัฐฯ โค่นแชมป์เก่า ขึ้นแท่นเป็นสุนัขที่มีลิ้นยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวลิ้นเกือบ 19 เซนติเมตร (5 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าตูบ “โมชิ โม ริกเกิร์ต” สุนัขสายพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด เพศเมีย อายุ 8 ปี ในเมืองซูฟอลส์ รัฐเซาท์ ดาโคตา สหรัฐอเมริกา ได้รับการบันทึกสถิติบนกินเนสส์ เวิลด์ เรกคอร์ด ให้ครองตำแหน่งเป็นสุนัขที่มีลิ้นยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวจากโคนถึงปลายลิ้นกว่า 18.57 เซนติเมตร (7.31 นิ้ว)

ตามรายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าโมชิมีชีวิตที่น่าสงสาร แต่โชคดีที่ต่อมาได้รับดูแลจากองค์กรช่วยเหลือสัตว์ กระทั่งอายุ 2 ปีครอบครัวริกเกิร์ตได้รับมันมาดูแล คาร่า ริกเกิร์ต เจ้าของมันเล่าว่า เวลาเจ้าโมชิออกไปข้างนอกมักจะมีมองว่าเป็นสุนัขประหลาดและมักหัวเราะให้กับลิ้นยาวผิดปกติของมันเสมอ แต่มันก็ร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเอง ทั้งยังรักที่จะใส่เสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบเพื่อถ่ายรูปอีกด้วย

กระนั้นด้วยลิ้นที่ยาวผิดปกติของมันก็ทำให้เธอกังวลไม่น้อย ซึ่งลิ้นนั้นทำให้มันหายใจลำบาก และน้ำลายที่มีอยู่มากเกินไปบนลิ้นนั้นยังเปื้อนฝุ่นและอื่นๆ ได้ง่ายด้วย

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

อุทาหรณ์! เด็กชายเล่นซ่อนแอบเกิดตัวติดซอกกำแพง

 

       สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เด็กชายชาวจีนวัย 8 ขวบคนหนึ่งในหมู่บ้านที่เมืองกุ้ยก่าง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ตัวติดซอกกำแพงแคบไม่ถึง 20 เซนติเมตร เจ็บปวดอึดอัดจนร้องไห้จ้าไม่หยุด ผู้ปกครองและชาวบ้านไม่สามารถดึงตัวออกมาได้ จนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาช่วยเหลือ จากการตรวจสอบพบซอกกำแพงนั้นแคบมาก ช่วงกว้างสุดประมาณ 40 เซนติเมตร แคบสุดราว 10 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณที่เด็กชายติดอยู่นั้นกว้างราว 20 เซนติเมตร ซึ่งเด็กไม่สามารถขยับตัวออกมาเองได้

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่พบช่องเล็กๆ อยู่ระหว่างซอกกำแพงนั้นซึ่งสามารถทำการช่วยเหลือเด็กชายได้ จึงนำอุปกรณ์กู้ภัยเข้าช่วยเหลือพร้อมพูดปลอบเด็กชายไปด้วย จนสามารถนำตัวเด็กชายออกมาได้สำเร็จราว 10 นาทีต่อมา และให้บุคคลกรทางการแพทย์ที่รุดมาด้วยตรวจอาการให้แล้ว

ทั้งนี้ จากการซักถามทราบว่า เด็กชายแซ่หวง อายุ 8 ขวบ พ่อแม่ออกไปทำงานต่างถิ่น จึงต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่า วันนั้นได้ออกไปเล่นกับเพื่อนอีก 5-6 คน และได้เข้าไปซ่อนอยู่ในซอกกำแพงเพื่อหวังไม่ให้เพื่อนหาเจอ แต่ด้วยยิ่งเข้าไปซอกกำแพงนั้นก็ยิ่งแคบ จนเกิดติดและขยับตัวออกมาไม่ได้ดังกล่าว

กระทั่งเด็กคนอื่นรู้เข้าก็รีบไปบอกให้ผู้ใหญ่รู้ ซึ่งเบื้องต้นชาวบ้านจะทุบกำแพงช่วยแต่ก็กลัวว่าเด็กชายอาจจะได้รับอันตรายไปด้วย จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ

 

ที่มา : sanook

รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

คนร้ายโจมตีร้านอาหารในอิรัก ดับแล้ว 50 เจ็บอีกอื้อ

คนร้ายโจมตีร้านอาหารในอิรัก ดับแล้ว 50 เจ็บอีกอื้อ

     เกิดเหตุคนร้ายโจมตีร้านอาหารในเมืองทางตอนใต้ของอิรัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายโจมตีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร้านอาหารในเมืองนาสซิริยา เมืองเอกของจังหวัดดิการ์ ทางตอนใต้ของประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย และได้รับบาดอีกราว 87 คน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า คนร้ายเปิดฉากกราดยิงใส่ด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและร้านอาหารก่อนกดระเบิดรถยนต์และฆ่าตัวตาย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุขท้องถิ่นกล่าวว่า ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีอย่างรุนแรงและต่อเนื่องดังกล่าว 50 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 87 คน ซึ่งเขาคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงกว่านี้ เนื่องจากในจำนวนผู้บาดเจ็บนั้นมีจำนวนมากที่มีอาการสาหัส

ทั้งนี้ รายงานระบุว่าผู้ที่ตกเหยื่อส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นนักแสวงบุญชาวอิหร่านที่อยู่ภายในร้านอาหารดังกล่าว ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกลุ่มองค์กรหรือบุคคลใดออกมาประกาศอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : sanook

เสริมสวยสะพรึง !! ร้านย้อมผมให้สาว 4 ครั้ง จนถูกน้ำยากัด ต้องโกนผมทิ้งทั้งหัว

อุทาหรณ์ชวนช็อก… ร้านเสริมสวยย้อมผมให้หญิงสาว 4 ครั้ง จนหนังศีรษะถูกน้ำยากัดไหม้ได้รับความเสียหายเกือบครึ่ง และสุดท้ายต้องโกนผมทิ้งทั้งหัว วันที่ 11 กันยายน 2560 ได้มีการเผยรายงานชวนอึ้งระบุว่า หญิงสาวรายหนึ่งจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ประสบเหตุไม่คาดฝัน หนังศีรษะถูกทำลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนในที่สุดต้องโกนผมทิ้งทั้งศีรษะ โดยมีต้นเหตุมาจาก การตัดสินใจไปย้อมผมที่ร้านเสริมสวย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา หญิงสาวนามว่า เติง ได้ไปทำสีผมที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง โดยเธอได้ตกลงย้อมผมสีเขียวหม่นเหลือบเทา ซึ่งทางช่างใช้เวลาดำเนินการทั้งหมด 7 ชั่วโมง โดยได้มีการย้อมกัดสีผมทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน

ตามรายงาน เติง หญิงผู้เสียหาย ระบุว่า ทางช่างเสริมสวยแจ้งกับเธอว่า หลังจากย้อมสีผมครั้งแรก สีผมไม่ติด จึงต้องทำการย้อมครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ เธอเริ่มมีอาการแสบหนังศีรษะ แต่ทางช่างได้บอกกับเธอว่า เป็นเรื่องปกติ และบอกให้ทนไป

 

ทว่าหลังจากนั้น ทางช่างเสริมสวยได้ย้อมผมเธออีกเป็นครั้งที่ 3 โดยเติงได้บอกกับทางช่างว่า รู้สึกเจ็บแสบหนังศีรษะมาก พร้อมทั้งชี้แนะว่าอาจจะมีบางอย่างผิดปกติที่เกี่ยวกับน้ำยาย้อมผม แต่ทางช่างกลับไม่ยอมรับและแย้งว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะเริ่มกระบวนการย้อมผมให้เธอต่อไป กระทั่งต่อมา สีผมของเติงออกกลายเป็นสีเขียวสว่างลักษณะเดียวกับสีแอปเปิ้ลเขียว แทนที่จะเป็นสีเขียวหม่นตามที่เธอต้องการ แม้จนถึงขณะนั้น ช่างเสริมสวยยังคงบอกกับเธอว่า เป็นเรื่องธรรมดาของสียี่ห้อดังกล่าว ที่ย้อมออกมาได้สีเช่นนี้

จากนั้น เติงจึงตัดสินใจให้ช่างย้อมสีผมใหม่เป็นครั้งที่ 4  ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกปวดแสบหนังศีรษะและทรมานมากจนน้ำตาไหลออกมา ซึ่งทางช่างก็ยังคงบอกว่าเป็นเรื่องปกติอยู่ จนในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว จึงโทรศัพท์เรียกให้ลูกสาวมารับที่ร้าน ในตอนนั้นเอง ทางช่างเสริมสวยถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเติง จึงรีบจัดการช่วยพาเธอไปล้างน้ำยาย้อมผมออก และสุดท้ายลูกสาวของเธอก็มารับตัวพาไปส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ภายหลังจากการตรวจเช็ก แพทย์ผิวหนังเผยว่า หนังศีรษะของเติงเกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลัน อันเป็นผลมาจากการถูกสารเคมีเผาไหม้กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ในที่สุดเติงจึงต้องโกนผมทิ้งทั้งหมด เนื่องจากแพทย์เกรงว่า อาจจะมีสารเคมีหลงเหลือในเส้นผม ที่จะอาจจะส่งผลทำลายหนังศีรษะได้ เติงต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 5 วัน โดยเธอเผยว่า ตลอดชีวิตเธอไว้ผมยาวมาตลอด หลังจากเกิดเหตุเธอยังรู้สึกรับไม่ได้กับรูปลักษณ์ของเธอที่ต้องหัวล้านในขณะนี้

หลังจากนั้น เติงก็ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลจากทางร้านเสริมสวยเป็นจำนวนเงิน 60,000 หยวน (ราว 305,000 บาท) ขณะที่ด้านร้านเสริมสวย อ้างว่า สาวรายนี้เป็นผู้เสียหายรายแรกตั้งแต่เปิดร้านทำการมากว่า 10 ปี และยอมจ่ายเงินชดใช้ให้แค่เพียง 2,600 หยวน (ราว 13,200 บาท) สำหรับค่ารักษาพยาบาล

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO
ที่มา : kapook

 

ยืนยันแล้ว เจ้าหญิงมาโกะจะทรงสละฐานันดรศักดิ์ สมรสกับคู่หมั้นสามัญชน

       สำนักพระราชวังญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ยืนยัน เจ้าหญิงมาโกะ จะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์สู่สามัญชน เพื่อเข้าพิธีสมรสกับคู่หมั้น พระสหายสมัยเรียน วันที่ 3 กันยายน 2560 สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยรายงานว่า สำนักพระราชวังญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์สาธารณะเอ็นเอชเค (NHK) ระบุว่า เจ้าหญิงมาโกะ พระนัดดาองค์โตสุดในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น จะทรงเข้าพิธีสมรสกับคู่หมั้น อดีตพระสหายร่วมชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย อันเป็นสาเหตุให้ต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์มาสู่ชนชั้นสามัญชน ตามกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น

โดยก่อนหน้านี้ ข่าวการหมั้นของนายโคมูระกับเจ้าหญิงมาโกะ ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากมีการอนุมัติผ่านร่างกฎหมายฉบับพิเศษ ยินยอมให้สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะสละราชบัลลังก์ตามพระประสงค์ เนื่องด้วยพระชนมพรรษาที่มากขึ้น รวมทั้งปัญหาเรื่องพระพลานามัย อันเกรงว่าจะส่งผลต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ

สำหรับ เจ้าหญิงมาโกะและนายโคมูระ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอินเตอร์เนชั่นแนล คริสเตียน จากนั้นเจ้าหญิงมาโกะได้เสด็จไปศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันทรงเป็นนักวิจัยในเครือของพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ขณะที่นายโคมูระ พระคู่หมั้น ทำงานที่สำนักงานกฎหมายในกรุงโตเกียว

 

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย

ยลโฉมว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงมะโกะ ที่จะทรงสละฐานันดรศักดิ์มาสมรสด้วย


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

14 ปีที่รอคอย… เด็กสาวถูกจับไปขาย ในที่สุดก็ได้กลับคืนสู่อกพ่ออีกครั้ง

          เด็กสาวถูกจับไปขายเมื่อ 14 ปีก่อน ในที่สุดก็ได้กลับคืนสู่อกพ่ออีกครั้ง แม้ถูกจับไปแสนนานจนจำบ้านไม่ได้ แต่ตำรวจยังช่วยได้สำเร็จ ทำให้เธอซึ้งใจจนคุกเข่าขอบคุณ  วันที่ 30 สิงหาคม 2560 สำนักข่าว China Xinhua News มีรายงานเรื่องราวชะตากรรมของเด็กสาวรายหนึ่ง ที่มีอันต้องพรากจากครอบครัวที่รักไปเมื่อเธอถูกคนจับไปขาย อย่างไรก็ตามหลังจากวันเวลาผ่านไปนานถึง 14 ปี ในที่สุดเธอก็ได้กลับคืนสู่อ้อมอกของผู้เป็นพ่ออีกครั้ง

 โดยรายงานเผยว่า หลังจากวันเวลาผ่านไปนานหลายปี ในที่สุดเด็กสาวรายนี้ก็สามารถหลบหนีออกมาจากที่ที่เธออยู่ เพื่อมาตามหาญาติจนได้ แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปนานมากทำให้เธอไม่สามารถจดจำตำแหน่งของบ้านตัวเองได้ แม้แต่ชื่อของพ่อแม่ก็ไม่อาจระบุได้แน่ชัด

อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเหล่าตำรวจใจดี ที่ช่วยกันพยายามปะติดปะต่อรายละเอียดจากการพูดคุยกับเธอ จนกระทั่งสามารถระบุตำแหน่งคร่าว ๆ ของบ้านเธอได้ และหลังจากที่ช่วยประสานเรื่องกับตำรวจในท้องที่อยู่ทั้งคืน พวกเขาก็สามารถติดต่อหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอได้ในที่สุด

และนี่ก็คือช่วงเวลาอันน่าประทับใจที่พ่อลูกได้พบกันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน ทั้งคู่ต่างโผเข้ากอดกันทั้งน้ำตา ขณะที่เด็กสาวถึงกับคุกเข่าลงเพื่อขอบคุณตำรวจที่ให้การช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เป็นพ่อเปิดใจกับสื่อว่า เขาตามหาลูกสาวมาโดยตลอด แต่ก็ยังต้องทำงานไปด้วย ในตอนแรกที่รู้ว่าลูกหายไปเขาแทบบ้า ไม่อยากอยู่บนโลกแล้วด้วยซ้ำ

ทั้งนี้เมื่อข่าวการพบกันของพ่อลูกถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตในจีนต่างก็ร่วมกันขอบคุณและชื่นชมเหล่าตำรวจ ที่ร่วมกันช่วยเหลือเด็กสาวรายนี้ให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้สำเร็จ พร้อมสนับสนุนให้ปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่จับเด็กไปขายให้ถึงที่สุด

 

 

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

สู้ชีวิต! คุณยายวัย 71 สวมชุดปิกาจูหาเงินรักษาผัวขาหัก-ลูกสาวป่วย-ลูกเขยอัมพาต

 

เป็นอีกเรื่องราวสุดสะเทือนใจ เมื่อคุณยายชาวจีนวัย 71 ปีแต่งตัวด้วยชุดมาสคอตปิกาจูและเปิดการแสดงริมถนนแห่งหนึ่งในมณฑลซานตง ประเทศจีน เพื่อหาเงินไปเป็นค่ารักษาคนในครอบครัวของเธอทั้ง 3 คนที่กำลังป่วย ลูกสาวของเธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในสมอง สูญเสียการมองเห็นไปตั้งแต่ปี 2007 คุณยายหานใช้เงินเก็บทั้งหมดจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกสาว หนึ่งปีต่อมาสามีของเธอซึ่งทำงานในไซต์ก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากตึกขาหัก ครั้งนี้คุณยายหานจึงไม่มีเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดของสามี

เรื่องร้ายๆ ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ชีวิตกลั่นแกล้งเธออีกครั้งเมื่อลูกเขย ซึ่งเคยเป็นผู้ที่หารายได้หลักของครอบครัวต้องมาเป็นอัมพาตเมื่อปีที่แล้ว

คุณยายหานไม่มีทางเลือกอื่น เธอกลายเป็นคนเดียวที่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่เนื่องจากเธอไม่มีงานประจำ จึงตัดสินใจสวมชุดมาสคอตปิกาจูเปิดการแสดงริมถนนใกล้ห้างสรรพสินค้า และเก็บเงินคนละ 9 หยวน (ประมาณ 45 บาท) สำหรับคนที่ต้องการถ่ายรูปกับเธอ

 

คุณยายหานกล่าวกับสื่อว่า “ฉันจะหมดหวังไม่ได้” พร้อมเสริมว่าเธอคือความหวังเดียวของครอบครัว

จากรายงานของสำนักข่าวซินหัว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีจีนได้ออกโครงการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบประกันสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ และจะส่งผลให้ประชาชนทั้งประเทศมีประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า รวมถึงประกันโรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่ภายในปี 2020

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : khaosod