เชลีน วู๊ดลีย์ “เท” Divergent เวอร์ชั่นจอแก้วแล้วจ้า


ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับบรรดาแฟนหนัง Divergent SERIES ที่หลังจากหนังภาค Allegiant ทำเงินได้น่าเป็นห่วงบนตารางบ๊อกซ์ออฟฟิศ แถมคำวิจารณ์ของหนังเรื่องนี้ก็พุ่งลงเหวเรื่อยๆตั้งแต่ภาคแรกเป็นต้นมา แถมบรรดามิตรรักแฟนหนังก็เหมือนจะโบกมือลาไปเรื่อยๆตามจำนวนภาคของหนัง

หลังจากที่หนังทำเงินอย่างไม่น่าพอใจเท่าไหร่ทำให้สตูดิโออย่างไลออนเกตประกาศว่าหนังภาคสุดท้ายนั้นจะสร้างขึ้นเพื่อฉายทางโทรทัศน์ซึ่งก็ยังไม่เคลียร์ว่าจะทำเป็นซีรีส์หรือว่าภาพยนตร์สำหรับฉายทางทีวี

โดยก่อนหน้านี้การประกาศของสตูดิโอนั้นสร้างความงุนงงให้กับบรรดานักแสดงนำโดยเฉพาะ เชลีน วู๊ดลีย์ และ ไมล์ เทเลอร์ ซึ่งทั้งสองคนไม่เคยรู้เรื่องว่าหนังภาคสุดท้ายจะกลายเป็นซีรีส์หรือหนังทีวีจนกระทั่งสตูดิโอได้ประกาศออกมา

ล่าสุดนักแสดงสาวอย่างเชลีน ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อถึงประเด็นนี้ในงานแถลงข่าวหนังเรื่อง Snowden ว่า “ที่ฉันได้ยินมาว่าทางสตูดิโอประกาศว่าจะสร้างหนังภาคสุดท้ายเป็นรายการทางโทรทัศน์ แต่ตามสัญญาที่ฉันได้เซนต์ไว้ไม่ได้จะแสดงรายการทีวี ด้วยความเคารพต่อสตูดิโอและทุกคนที่เกี่ยวข้อง พวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจหรืออยากทำอะไรที่แตกต่าง แต่ฉันอย่างจะบออกอย่างจริงใจว่าฉันไม่ได้อยากจะทำรายการทีวีโชว์ค่ะ”

เชลีนไม่ใช่นักแสดงคนเดียวที่ไม่สนใจในการปรากฏตัวในเวอร์ชั่นจอแก้ว แต่ไมล์ เทเลอร์และแอนเซล แอลกอร์ท(ผู้รับบทพี่ชายของเชลีน) ก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้เท่าไหร่ ตอนนี้คงจะเหลือแต่รอเทโอ เจมส์ จะปฏิเสธอีกราย

ตอนนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าทางสตูดิโออย่างไลออนเกตจะออกมาจัดการเรื่องราวนี้อย่างไรเมื่อนักแสดงหลักสองคนไม่สนใจจะมารับบทเดิม และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาจะสามารถปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดได้ไหม หรืออาจจะต้องทำแบบหนังเรื่อง The Mortal Instruments ที่ยกเครื่องเปลี่ยนนักแสดงทั้งหมดแบบในซีรีส์ Shadowhunters แต่ทั้งนั้นทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากรายได้อันย่ำแย่ของ The Divergent Series: Allegiant แล้วก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า ถ้าปราศจากดารานำทั้งสองแล้วยังจะมีใคร “สนใจ” หนังเรื่องนี้อยู่จริงๆหรือเปล่า?

@พริตตี้ปลาสลิด

เทียบภาพต่อภาพ! ใครว่า คิมเบอร์ลี่ ศัลยกรรม ดูชัดๆ เคลียร์ไหม

เทียบภาพต่อภาพ! ใครว่า คิมเบอร์ลี่ ศัลยกรรม ดูชัดๆ เคลียร์ไหม

เทียบภาพต่อภาพ! ใครว่า คิมเบอร์ลี่ ศัลยกรรม ดูชัดๆ เคลียร์ไหม

โดนจับผิดอีกคนเรื่องการศัยกรรมอีกคน สำหรับ คิมเบอร์ลี่ นางเอกลูกครึ่งไทย-เยอรมัน และเป็นนางเอกที่เครื่องหน้าชัดทุกสัดส่วน จมูกโด่ง โครงหน้าดี แต่ก็ยังไม่วายโดนว่าไปศัลยกรรมอัพสวย

ที่ผ่านมาใครที่เคยติดตามข่าว จะรู้ว่า คิมเบอร์ลี่ โดนกระแสดราม่าข้อหาหน้าล้ำเกินอายุ หรือจะจับผิดว่าสวยขึ้นจากการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นทำหน้าเรียววีเชฟ ตัดกรามให้เล็ก ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยืนยันเสียงแน่นแล้วว่าไม่ได้ทำศัลยกรรมอะไรมาทั้งนั้น เป็นคนกลัวเข็มและไม่คิดที่จะอัพหน้าเด็ก ปล่อยให้เป็นไปตามอายุจะดีกว่า

งานนี้เดือดถึงพี่สาว เจนนิเฟอร์ นำรูปสาวคิม วัย 9 ขวบมาเทียบกับปัจจุบัน 24 ปี ให้ขาเม้าท์ได้ดูกันชัดๆ ว่าน้องนางนะหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วนะ

มีความเหมือนเพียงแค่สลับที่กัน

เคลียร์ชัดเทียบกับภาพต่อภาพให้เห็นเลยว่าสวยเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้ ใครจะว่า คิมเบอร์ลี่ศัลยกรรมอีกมั๊ย? แต่จะว่าไปครอบครัวนี้หน้าเป๊ะกันทั้งบ้าน ดูพี่ชายสิคะ หล่อยังกับนายแบบเลยอะ กริ๊ดๆ


นอกจากความสวยของ สาวคิม จะเป็นที่พูดถึงแล้ว เครื่องรูปร่างฟิตเฟิร์มซิกแพคกำลังงาม เห็นมีเวลาว่างต้องเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แถมยังมีหวานใจ หมาก ปริญ ไปด้วยกันแบบนี้แหละน๊า เวลาเหนื่อยก็หันมามองตากัน มีกำลังใจล้นเลยเนอะ อิอิ

10 แฟชั่นพรมแดงเด่น ดับ งาน Maya Awards 2016 ใครรอดบ้าง ซูม!

10 แฟชั่นพรมแดงเด่น ดับ งาน Maya Awards 2016 ใครรอดบ้าง ซูม!

10 แฟชั่นพรมแดงเด่น ดับ งาน Maya Awards 2016 ใครรอดบ้าง ซูม!

แฟชั่นพรมแดงงาน Maya Awards 2016 เหล่าคนดังทุกแขนง ตบเท้าร่วมงานล้น ใครรอด ใครร่วง ตามมาส่องกันค่ะ

จบลงอย่างคุ้มค่าการรอคอยสำหรับงานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Maya Awards 2016 ช่องมายาแชนแนล psi 47 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (30 สิงหาคม 2559)

ปีนี้ครบรอบ 15 ปี ของมายาแชนแนล ดาราที่มาร่วมงานจึงจัดเต็มแบบไม่มียั้ง กับงานพรมแดง เรียกว่ามาเต็มทุกนาง มีให้เห็นแทบทุกลุค ทั้งล้น ทั้งทะลัก ทั้งแหวก หรือจะแนวเรียบ หรูก็เพียบ

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาตาม “เจ๊ตุง กระทุ้งแฟชั่น” มาซูม ส่อง 10 แฟชั่นพรมแดงเด่น ดับ ในงาน Maya Awards 2016 กันค่ะ

เริ่มกันที่ 5 ซุปตาร์ ที่โดดเด่น มีความรอดกันก่อน เพื่อเป็นการมองเพลินเนอะ

คนแรก “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” บอกเลยว่ามองไม่เบื่อจริงๆ สำหรับเธอคนนี้ ลุคนี้ก็เช่นกัน เรียบ หรู ดูแพงมาก!

“ขวัญ อุษามณี” ตั้งแต่มีความรัก อะไรก็ดูสดใสไปเสียหมด รวมทั้งสีชุดหวานๆ สีชมพูอ่อนชุดนี้ด้วยค่ะ

“เกรซ กาญจน์เกล้า” งานรวบตึงเปิดเหม่งสิใช่เลยสำหรับหนูเกรซค่ะ

“แพนเค้ก เขมนิจ” สาวคนนี้ก็เช่นกัน ช่วงหลังมานี้ออกงานอะไร ก็จะเห็นเธอแต่ในลุคประหนึ่งเจ้าสาว หรือเจ้าหญิง เอาเป็นว่ามีความพร้อมทุกสถานการณ์เนอะ คิคิ

“พลอยชมพู ญานนีน” ลืมลุคใสๆ แบ๊วๆ ไปได้เลยค่ะ หนูหลอยชมพูลุคนี้ดูโต และเซ็กซี่มากๆ ผ่านโลดๆ

มาต่อกันที่ฟาก 5 ซุปตาร์ ที่เตรียมตัวมาดี แต่ไม่เข้าตาเจ๊ตุงกันบ้าง 

“ใหม่ ดาวิกา” เจ๊บอกเสมอว่าใหม่ เหมาะมากๆ กับลุคเรียบ ดูเท่ ลุคนี้ก็เกือบผ่านแล้ว ช่วงบนอวดหุ่นฟิตเปรี๊ยะ ดูดีนะ แต่ช่วงล่างบ๊ายยยย

“หญิง รฐา” ปกติหญิงก็ไม่เคยทำให้เจ๊ผิดหวัง เธอจะเจิดจริสตลอด แต่วันนี้ไม่ค่อยเข้าตาเจ๊อ่ะ มันดูตันๆ ไปนิส

“ลูกตาล ชโลมจิต” หลบหน่อยป้า เอ้ย! แม่ขออวด เรียกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ เพราะลูกตาลหุ่นคือดีมาก จะใส่อวดแค่ไหนก็เรื่องของเจ๊เค้าเนอะ

“กระต่าย แม็กซิม” ถ้าจะอวดเยอะขนาดนี้ เดินแก้ผ้าไหมจ๊ะ อุ๊บ!

“เมเปิ้ล พัชชุดาญ์” กับชุดนี้มันดูอวบๆ ไปไหมอ่ะคะ

NERVE การแสวงหาตัวตนของวัยรุ่น

อันที่จริงแล้วพล็อตเรื่องของนิยาย Nerve หรือ Nerve ในเวอร์ชั่นหนังนั้นมีความใกล้เคียงกับหนังอย่าง 13 เกมสยองค่อนข้างมาก แต่สำหรับในเวอร์ชั่น 13 เกมสยองนั้นมันพูดถึงความโลภที่เป็นแรงผลักดันที่ทำให้มนุษย์เลือกก้าวข้ามขัดจำกัดของศีลธรรมจนก้าวเลยไปสู่จัดที่เรียกว่า “บ้าคลั่ง” ในขณะที่แกนหลักของ Nerve นั้นกลับพยายามพูดถึงความพยายามมีตัวตนของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Nerve นั้นโฟกัสไปที่ตัวละครหญิงอย่าง ของ วี (เอ็มม่า โรเบิร์ต) นักเรียนชั้นมัธยมปลายคนหนึ่ง ที่ได้รับรู้ว่าตอนนี้กำลังมีเกมที่ฮิตอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีชื่อเกมว่า “จริงหรือกล้า” (Truth or Dare) ในชื่อ “Nerve” มาจากเพื่อนสนิทของเธออย่างซิดนีย์ (เอมิลี่ มีเด) หลังจากที่วี โดนซิดนีย์ท้าทายว่าเธอไม่เจ๋งจริงทำให้วีตัดสินใจเล่นเกมนี้

เมื่อผ่านภารกิจแรกไป ดูเหมือนว่าวีจะได้จับคู่กับหนุ่มหล่ออย่าง เอียน (เดฟ ฟรังโก) เพื่อทำภารกิจร่วมกัน แต่เมื่อช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานผ่านไป ทุกการกระทำของเธอภายในเกม กลับตกอยู่ภายใต้การชักใยของกลุ่มคนปริศนาที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ชม” (Watchers) เธอเริ่มรู้สึกว่า เกมๆ นี้ รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเธอทั้งหมด ภารกิจแห่งความ “กล้า” เริ่มเสี่ยงตายขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทั้งสองถูกสั่งให้ไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ที่มีผู้เล่นคนอื่นพร้อมชิงรางวัลของเกม แต่ทันใดนั้น จากเกมสนุกๆ กลับกลายเป็นการเสี่ยงตายเอาชีวิตรอด ที่อาจทำให้ชีวิตของพวกเขา ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

จะว่าไปแล้วการที่ผู้ชมได้เห็น “พัฒนาการ” ทางความกล้าหาญของตัวละครวีนั้นสะท้อนให้เราเห็นว่าเธอเลือกจะเดินออกมาจาก “จุดปลอดภัย” ในชีวิต ในตอนแรกเราจะได้เห็นความลังเลที่เธอจะตัดสินใจเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อ การอยู่ในชมรมถ่ายภาพที่ไล่เก็บภาพบรรดานักกีฬาและเชียร์ลีดเดอร์ หรือการเป็น “ลูกไล่” ของเพื่อนสนิทตัวเองอย่างซิดนีย์ แต่ความจริงแล้ว ความสามารถภายในตัวของวีนั้นเฉิดฉายออกมาเมื่อเธอได้เริ่มทำอะไร “บ้าๆ”

ภารกิจแรกที่เธอต้องทำคือการจูบกับคนแปลกหน้าในร้านอาหาร (และแน่นอนว่าหวยไปออกที่พระเอกหนุ่มของเรื่องอย่างเอียน) และเมื่อความเป็นธรรมชาติของเธอถูกปลดปล่อยออกมาและเมื่อผู้ชมสัมผัสถึงมันได้ บรรดา “ผู้ชม” (Watchers) ต่างก็หลงรักและพยายามจะจับคู่ระหว่างวีและเอียนให้ร่วมทำภารกิจท้าตายไปด้วยกัน

ทว่าสิ่งหนึ่งที่ Nerve ค่อนข้างหละหลวมและดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ก็คือการชักใยอยู่เบื้องหลังเกมนี้ ดูไม่มีเหตุและผลเท่าไหร่ ไม่มีการขยายความว่าใครเป็นผู้สร้างเกม แล้วเกมนี้มีวัตถุประสงค์อะไรมากไปกว่าที่หนังหยิบใช้มันเพื่อพยายามสะท้อนเหตุผลที่ใช้เสี้ยมสอนวัยรุ่นว่าอย่าดีแต่เล่นเกมกดไลค์ คอมเมนต์ตัดสินชีวิตคนอื่นทางสื่อออนไลน์อย่างเดียว หรือกระทั่งการคลี่คลายเหตุการณ์ทุกอย่างในช่วงท้ายเรื่องของหนัง ก็ดูง่ายๆจนเกินไป

ในภาพรวมแล้ว Nerve ก็เป็นหนังที่ดูง่ายๆ มีทัศนะในแง่บวก หรือพูดง่ายๆว่ามันเป็นหนังวัยรุ่นที่จัดได้ว่า “โลกสวย” พอประมาณ ตัวละครถูกยัดเยียดบทพูดที่คล้ายๆสุนทรพจน์มาตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงไม่ค่อยน่าแปลกใจที่ตัวละครอย่าง “วี” จะดูเป็นตัวละครหญิงไอดอลที่พูดชี้ทางสว่างให้กับบรรดา “ผู้ชม” (Watchers) ในตอนท้ายของหนังเรื่องนี้

3 คะแนนจาก 5 คะแนน

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL212LzAvdWkvMTIvNjI1MjUvM18xNDcyMjEyNzAzLmpwZw==

Anna Wintour & Cara D. as Pokémon Character

Anna Wintour & Cara D. as Pokémon Character

Anna Wintour & Cara D. as Pokémon Character

อยู่ๆ Pokémon ก็กลับมาครองเมืองอย่างฉับพลัน โปเกมอนโผล่ในทุกที่ทุกแวดวงตั้งแต่ร้านอาหาร โอลิมปิกที่ริโอ จนในที่สุดก็ลามมาถึงโลกแฟชั่น

เว็บไซต์ Stylight เอาบุคลิกและสไตล์ของเหล่าบุคคลสำคัญในวงการแฟชั่นมาผสมเข้ากับคาแรกเตอร์โปเกมอน Anna Wintour เป็น Charmander, Karl Lagerfeld เป็น Ninetales, Cara Delevingne เป็น Pikachu, Victoria Beckham เป็น Mew, Suzy Menkes เป็น Jigglypuff…

บุกจับทหารเก๊แอบอ้างทำงานในวัง เมียช็อกเพิ่งรู้ถูกหลอก

บุกจับทหารเก๊แอบอ้างทำงานในวัง เมียช็อกเพิ่งรู้ถูกหลอก

บุกจับทหารเก๊แอบอ้างทำงานในวัง เมียช็อกเพิ่งรู้ถูกหลอก

บุกจับทหารเก๊แอบอ้างทำงานในวัง ตัดต่อภาพในเครื่องแบบ ร่วมเฟรม “บิ๊กตู่” และนายทหารยศใหญ่ เมียช็อกเพิ่งรู้ถูกหลอกมาตลอด

ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังเข้าจู่โจมห้องพักของ นายภาคิน จักรกาบาตร์ ที่คอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ นนทบุรี พร้อมกับยึดของกลางทั้งเครื่องแบบทหาร เข็มติดยศ เอกสารข้าราชการ และสิ่งลามกอนาจารไปตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ตำรวจสืบทราบมาว่า นายภาคินมีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นนายทหารติดตามขบวนเสด็จฯ

นายภาคิน สารภาพว่าใฝ่ฝันอยากเป็นนายทหาร จึงหาซื้อเครื่องแบบและยศมาสวมใส่ ตั้งแต่ยศร้อยตรีจนถึงยศพันตรี โดยไม่มีใครสงสัย เพราะทุกวันจะแต่งเครื่องแบบทหารออกจากบ้านเหมือนไปทำงานตามปกติถ่ายรูป ตัดต่อภาพให้ดูเสมือนจริง ที่ผ่านมาเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาหลายครั้ง อ้างเป็นลูกบุญธรรมพลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์ ทำให้สาวๆ หลงเชื่อ ซึ่งตนเองเคยมีภรรยามาแล้ว 4 คน ทั้งหมดไม่เคยรู้เลยว่าตนไม่ใช่ทหารตามที่กล่าวอ้าง

ทั้งนี้ แฟนสาวของนายภาคินถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก เมื่อรู้ความจริงว่า ชายคนรักที่เพิ่งจะคบหาไม่กี่เดือน ที่แท้เป็นทหารเก๊ หลอกลวงเงินเธอไปกว่า 60,000 บาท

จากนั้นตำรวจก็พาผู้ต้องหาไปค้นบ้านภรรยาคนที่ 2 ที่ท่าอิฐนนทบุรี พบรูปถ่ายที่นายภาคินสวมเครื่องแบบทหารติดตามผนังหลายจุด จึงนำมาตรวจสอบขณะที่ภรรยาถึงกับหน้าถอดสีไม่นึกว่าสามีจะกุเรื่องหลอกคนในครอบครัว ที่สำคัญเพิ่งรู้ด้วยว่าเงินที่นำมาก่อสร้างบ้านหลังนี้ มาจากนายภาคินไปฉ้อโกงมา

ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพ่อตาคนล่าสุดของนายภาคิน แจ้งตำรวจว่านายภาคินลักทรัพย์ หลอกเอาเงินครอบครัวไป 7 ล้านบาท อ้างนำไปทำธุรกิจ ตำรวจจึงแจ้งหาหาทั้งลักทรัพย์ แต่งกายเลียนแบบทหาร ปลอมแปลงเอกสารทางราชการและแอบอ้างสถาบัน ผิดมาตรา 112

ขอบคุณที่มาจาก สนามข่าว 7 สี, innnews

จีนเดินหน้าปกป้องพื้นที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้

จีนเดินหน้าปกป้องพื้นที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้

จีนเดินหน้าปกป้องพื้นที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้

สหรัฐอเมริกาแถลงพบสัญญาณการเดินหน้าของจีนในการเสริมสร้างกำลังทหารในทะเลจีนใต้ หลังศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินปฏิเสธสิทธิ์ของจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ขณะที่ประธานาธิบดีของจีนยืนยันเดินหน้าปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาแถลงว่า พบสัญญาณการเดินหน้าของจีนในการเสริมสร้างทางทหารในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด หลังศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของจีนที่ว่าทะเลจีนใต้เป็นของจีนตามประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หรือพีซีเอ ในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2556 โดยกล่าวหาจีนว่ารุกเข้ายึดครองทะเลจีนใต้อย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ

ซึ่งศาลพีซีเอประกาศคำตัดสินเมื่อวันที่ (12 ก.ค.2559) ว่าข้อกล่าวอ้างของจีนเป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย ปราศจากพยานหลักฐานและไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ ศาลพีซีเอยังระบุต่อไปด้วยว่าการกระทำของจีนที่ผ่านมา ได้ล่วงละเมิดเขตเศรษฐกิจจำเพาะอันเป็นสิทธิอธิปไตยของฟิลิปปินส์

ความสำคัญของการตัดสินในคดีนี้อยู่ในเรื่องที่ว่า จีนซึ่งกำลังกลายเป็นอภิมหาอำนาจของโลกจะสมัครใจปฏิบัติไปในทิศทางใด ซึ่งก็เพราะศาลพีซีเอไม่มีกลไกในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้

อีกทั้งเรื่องระหว่างประเทศก็เกี่ยวพันกับพลังอำนาจทางทหารของประเทศนั้นๆ เป็นสำคัญ โดยความเคลื่อนไหวของฝ่ายจีนล่าสุดนั้นก็ยังคงยืนกรานไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลพีซีเอ แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมเจรจากับประเทศที่กล่าวอ้างอธิปไตยทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้แบบทวิภาคี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวถึงคำพิพากษาของศาลพีซีเอว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตย ผลประโยชน์และสิทธิเหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้อันเป็นของจีนแต่ประการใด โดยจีนจะเดินหน้าปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างเต็มที่ รวมทั้งพร้อมแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศคู่ขัดแย้งผ่านการเจรจา

ทั้งนี้ รัฐบาลใหม่ของฟิลิปปินส์มีท่าทีที่เป็นมิตรกับจีนมากกว่ารัฐบาลชุดก่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดบรรยากาศรอมชอม

HRW ติงไทยคุมตัวกลุ่มต้านร่าง รธน.

HRW ติงไทยคุมตัวกลุ่มต้านร่าง รธน.

HRW ติงไทยคุมตัวกลุ่มต้านร่าง รธน.

ผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ตำหนิทางการไทย คุมตัวกลุ่มต้านและผู้สื่อข่าว กรณีจัดกิจกรรมโหวตโน

นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Human Rights Watch : HRW) กล่าวตำหนิทางการไทย เกี่ยวกับการควบคุมตัวกลุ่มจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการลงคะแนนรับร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล โดยกล่าวว่า “การควบคุมตัวผู้ชุมนุมโดยสันตินั้น เป็นเรื่องที่เลวร้ายแล้ว แต่การจำคุกผู้สื่อข่าวที่กำลังรายงานข่าวการรณงค์โหวตโน เป็นวิกฤติอย่างร้ายแรง สำหรับอิสระการทำงานของสื่อมวลชนในประเทศไทย ซึ่งในแต่ละวันรัฐบาลทหารของไทย ได้ทำการทำลายความชอบธรรม การลงประชาชมติรัฐธรรมนูญของตัวเองลงทุกวัน” ทั้งนี้ ยังแนะให้เจ้าหน้าที่ควรปล่อยตัวนักกิจกรรมโดยเร็วที่สุด และหยุดการตั้งข้อหาต่อต้านการจัดกิจกรรมของฝ่ายตรงข้ามและนักข่าวด้วย

สำหรับความเห็นดังกล่าวของผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย เป็นความเห็นล่าสุดหลังมีรายงานทางการควบคุมตัว นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่และผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวประชาไท ที่จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการลงคะแนนรับร่างรับธรรมนูญของรัฐบาล ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันอาทิตย์ (10 ก.ค) ที่ผ่านมา

ปู ไปรยา VS Rita Ora แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะ ในชุดแบรนด์ไทย ใครวิน ซูม!

ปู ไปรยา VS Rita Ora แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะ ในชุดแบรนด์ไทย ใครวิน ซูม!

ปู ไปรยา VS Rita Ora แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะ ในชุดแบรนด์ไทย ใครวิน ซูม!

 

“ปู ไปรยา” ไม่ธรรมดานะจ๊ะ แต่งชุดแบบเดียวแบรนด์เดียวกับ “Rita Ora” นักร้องดังระดับโลกเป๊ะๆ แต่ยังคงสวยสูสี ไม่ได้ด้อยกว่าแต่อย่างใด

เพิ่งจบไปอย่างสวยงามสำหรับ แฟชั่นโชว์ระดับโลก “Paris Haute Couture Fashion Week 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส งานนี้งานเดียวรวมเหล่าเซเลบตัวแม่ทั่วโลกไว้มากมาย รวมถึงซุปตาร์คนดังอับดับต้นๆ ของไทยเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เกต“, “ปู ไปรยา สวนดอกไม้” และ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่

แต่ละคนจัดเต็มในแฟชั่นสไตล์ใครสไลต์มันได้อย่างลงตัว รวมทั้งนางเอกสาว “ปู ไปรยา” ที่แม้เป็นการโกอินเตอร์ครั้งแรกในการร่วมงานปารีสแฟชั่นวีค 2016 แต่นางก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง คว้าชุดจากแบรนด์อินเตอร์แบรนด์ไหนมาใส่ ก็ดูโดดเด่น สะกดสายตา รวมทั้งแบรนด์ไทยที่ฮอตมากๆ ในต่างประเทศ“แบรนด์ Sorapol” นี้ด้วย เรียกว่าปูเอาอยู่ในทุกชุดค่ะ

นอกจากชุดจากแบรนด์ไทยที่เลอค่าแล้ว ทีเด็ดยังไม่จบแค่นั้น ชุดแดงสีแรงสุดฤทธิ์ จากแบรนด์ Sorapol ที่ปูใส่ หากย้อนกลับไป จะร้องอ่อ เมื่อเห็นนักร้องสาวระดับโลกอย่าง “Rita Ora” ที่เลื่องลือเรื่องการแต่งตัวสุดแซ่บ เคยใส่ชุดแบบเดียวกันนี้มาแล้วด้วย

เอาเป็นว่าใครจะปัง ชนะเลิศกว่า เมื่ออยู่บนชุดแดงแบรนด์ไทยคุณภาพนี้ ตามเจ๊ตุงมาซูมชัดๆ เลยค่ะ

แม้เมคอัพ และทรงผมจะดูธรรมดาไม่สะดุดตาอะไรมากๆ แต่เมื่อนางหยิบชุดมาใส่เท่านั้นแหละ ว้าวววววเลยค่ะ ใส่อะไร ไปรยา ก็ดูสวยแพง และเซ็กซี่มากๆ นี่แค่ท่าสะบัดกระโปรงเบาๆ นะ เจ๊ยอม

ส่วน Rita Ora ก็เปรี้ยวใช่เล่น มากับลุคปากแดง อวดเต้านิดๆ พร้อมรอยสักเท่ๆ ที่ข้างลำตัว มีความเชิ่ดและเริ่ดมากค่ะ

สำหรับ แบรนด์ SORAPOL เป็นผลงานของ “สรพล ชวพัฒนากุล” ดีไซน์เนอร์ไทย กับผลงานการออกแบบที่โด่งดังระดับโลก มีลูกค้าคนดัง เลือกสวมใส่ชุดแบรนด์นี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “RITA ORA”, “NICKI MINAJ” หรือ “LADY GAGA”

งานของแบรนด์ไทนแบรนด์นี้จะดีงามแค่ไหน ลองเข้าไปส่องกันได้ที่ IG : sorapollondon เลยค่ะ

ลองชิมเบียร์กลั่นสดๆ!!! ที่ ‘โรงงานเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ’

ลองชิมเบียร์กลั่นสดๆ!!! ที่ ‘โรงงานเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ’

เมื่อเอ่ยถึงเบียร์ของญี่ปุ่น คาดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเบียร์ยี่ห้อ’อาซาฮี’ ซึ่งคนธรรมดาก็สามาถเข้าไปดูการผลิตได้ ที่สำคัญงานนี้ฟรีตลอดงานจ้าา

ในประเทศญี่ปุ่นนี้ มีบริษัทที่ผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงอยู่หลากหลายบริษัท และหลากหลายยี่ห้อซึ่งความอร่อยของเบียร์ก็จะแตกต่างกันออกไปตามรสชาติที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละบริษัท

ยกตัวอย่างเช่น สินค้าเบียร์ที่ผลิตโดย บริษัท เบียร์อาซาฮี จำกัด ที่ชื่อว่า อาซาฮี ซุปเปอร์ ดราย นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือ พอดื่มไปแล้วจะรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ ดับกระหายได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสินค้าเบียร์ดังกล่าวนี้ตัวแทนของเบียร์ญี่ปุ่นในด้านเบียร์ที่มีรสเข้มข้น(คะระคุจิ)นั้นเอง

บทความในครั้งนี้ เราจะพามาลองชิมเบียร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่าง อาซาฮี ซุเปอร์ ดราย ในแบบที่พึ่งกลั่นออกมาแบบสดๆซึ่งว่ากันว่า เบียร์ที่พึ่งผ่านการกลั่นมาสดใหม่นั้นจะมีรสขาติอร่อยที่สุด ซึ่งจะเป็นการ ‘ทัวร์เที่ยวชมโรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ’ มาฝากกัน

สนับสนุนรูปภาพโดย:โรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮากาตะ

โรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮากาตะ แห่งนี้ เป็นโรงงานเบียร์สุดฮิต ที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมโรงงานถึงปีละ170,000คนเลยทีเดียว (ข้อมูลปี 2015)

โดยเบียร์ที่ถูกผลิตจากโรงงานเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะนี้ ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจำหน่ายในบริเวณ ภูมิภาคคิวชูและภูมิภาคจูโคะคุ และอีกส่วนหนึ่งจะถูกส่งออกไปขายยังประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเบียร์ของบริษัทนี้ได้กลายเป็นขวัญใจของประชาชนในภูมิภาคต่างๆที่ได้กล่าวมานี้อย่างท่วมท้น

ซึ่งทางโรงงานนี้ ได้จัดให้มีการเที่ยวชมการผลิตเบียร์ของโรงงานได้ เป็นทัวร์ที่ใช้เวลาในการเที่ยวชมรวมแล้ว 90นาที

ซึ่งความลับที่ทำให้ทัวร์โรงงานเบียร์ของที่นี่ได้รับความนิยมอย่างสูงก็คือ หลังจากเสร็จภาระกิจการเที่ยวชมโรงงานแล้ว ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมจะสามารถชิมเบียร์ที่กลั่นสดๆได้ โดยย้ำว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วย!และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เรื่องการเดินทางมายังโรงงาน แสนจะง่ายดาย เพราะโรงงานอยู่ถัดจาก สถานี JR ฮากาตะไปอีกแค่1สถานีเท่านั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของฮะกาตะ

 

วิธีการจองทัวร์โรงงานเบียร์ล่วงหน้า

การเข้ามาเยี่ยมชมโรงงานผลิตเบียร์ที่นี่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่อาจจะต้องมีการยืนความจำนงขอเข้าชมโรงงานโดยการกรอกแบบฟอร์มที่หน้าเวปไซต์ของทางโรงงาน หรือโทรศัพท์เข้าไปจองโดยตรง ซึ่งหากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนไหนที่ต้องการคำอธิบายเป็นภาษาเกาหลี ก็จะมีแบบฟอร์มสำหรับภาษาเกาหลีแบบพิเศษแบบฟอร์มลงทะเบียน เอาไว้ให้ได้เลือกลงทะเบียนกัน ส่วนหากต้องการคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องโทรศัพท์เข้าไปเพื่อสอบถามที่โรงงาน

เมื่อเดินทางไปถึงยังโรงงานผลิตเบียร์แล้ว ก่อนอื่นให้ทำการลงทะเบียนที่ประตูทางเข้าให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งการเข้าชมการผลิตเบียร์ในบริเวณโรงงานนั้นจะมีการจำกัดเรื่องของเวลาและการเข้าไปเยี่ยมชมต่อครั้งจะจำกัดจำนวนคนมากที่สุด 50 คนเท่านั้น

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หากต้องการเครื่องอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ จีนกลาง เกาหลี ให้บอกกับเจ้าหน้าที่ตอนที่ลงทะเบียน ก็จะสามารถใช้เครื่องอธิบายภาษาได้ แต่เครื่องเหล่านี้ก็มีจำนวนจำกัด ทางที่ดีควรจะถามกับเจ้าหน้าที่ดูแลตรงที่รับลงทะเบียนก่อน

ต่อจากนี้ก็จะมาอธิบายถึงการเที่ยวชมโรงงานผลิตเบียร์แต่ละขั้นตอนโดยละเอียด เอามาฝากเพื่อนๆกัน

ในครั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เข้าร่วมกิจกรรมกับเราด้วย ชื่อว่าคุณ Pierre ซึ่งเข้าได้ใช้ช่วงวันหยุดยาวประมาณ1เดือนของเขา เดินทางมาที่ญี่ปุ่นและกำลังพำนักระยะสั้นอยู่ที่จังหวัด ฟุกุโอกะและจังหวัดโออิตะ โดยในรูปถ่ายนั้น เป็นภาพที่เขากำลังเข้าร่วมงาน เทศกาลของเขตฮะกาตะ ชื่องานว่า ‘ฮะกาตะ ดงทะคุ’ อย่างสนุกสนานนั้นเอง

คุณ Pierre:  ‘ในบรรดาจังหวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นจังหวัดที่มีอาหารอร่อยให้ได้เลือกทานเยอะเต็มไปหมด และยังสามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดีอีกด้วย ก็เลยชอบจังหวัดฟุกุโอกะครับ’

1.ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจขบวนการผลิตเบียร์ด้ยวิดิทัศน์กันก่อน!

สนับสนุนภาพโดย:โรงงานเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ

ก่อนที่จะเริ่มการเที่ยวชมสำรวจโรงงานนั้น จะมีการฉายวิดิทัศน์ขึ้นบนจอโปรเจ็คเตอร์ใหญ่ยักษ์ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความพิถีพิถันและความใส่ใจในการผลิตเบียร์ของยี่ห้ออาซาฮีและการจัดการทางด้านต่างๆให้ได้ชมกันก่อนออกเดินทาง


2.ขั้นตอนการเข้าชมวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเบียร์ของจริง

ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนของการเที่ยวชมโรงงาน

หากใครที่ไม่ทันสัดเรื่องภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในการบรรยายแล้วหล่ะก็ ให้นำเครื่องบรรยายภาษาที่นำมาจากที่รับลงทะเบียนนำมาทาบกับแถบเสียงสำหรับบรรยาย ก็จะสามารถฟังการบรรยายที่มีเนื้อหาเหมือนกับภาษาญี่ปุ่น แต่ถูกแปลภาษาที่ตนเองถนัดได้แบบไม่ต้องกังวลกันเลย

2-1.สัมผัสและชิมวัตถุดิบในการทำเบียร์

มุมทางด้านนี้จะเป็นมุมที่สามารถสัมผัสข้าวมอลต์ ฮอปส์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำเบียร์ที่อร่อยนุ่มลึกของอาซาฮีแบบจริงๆได้

ข้าวบาร์เลย์ที่เห็นอยู่นี้ หากใครสนใจ สามารถที่จะลองชิมรสชาติดูได้ ! ซึ่งมีความหวานและมีกลิ่นหอมที่กำลังพอดี แค่ข้าวบาร์เลย์อย่างเดียวนี่ก็อร่อยแล้ว!

ส่วนในด้านของฮอปส์นั้น ก็มีกลิ่นหอมชวนเชิญชวนให้เอาไปดมใกล้ๆจริงๆเลย

2-2.ชมขบวนการผลิตตั้งแต่การเตรียมไปจนถึงการบรรจุใส่ขวด

หลักจากที่ได้ลองสัมผัสวัตถุดิบที่ถูกนำมาใช้ทำเบียร์จริงๆแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการเยี่ยมชมขบวนการผลิตตั้งแต่ขึ้นตอนวิธีการเตรียมไปจนถึงการบรรจุเบียร์ลงกล่องพร้อมส่งขายกันเลย โดยโรงงานที่นี่จะหยุดการผลิตในวันเสาร์ อาทิตย์และวัหยุดนักขัติฤกษ์ เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆคนไหนอยากที่จะมาชมการผลิตตอนที่เครื่องจักรกำลังทำการแล้วหล่ะก็ แนะนำว่าให้มาวันธรรมดา

ว่ากันว่าโรงงานแห่งนี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ ภายใน1นาทีจะสามารถบรรจุเบียร์ลงในกระป๋อง 350 มิลลิลิตรได้จำนวน 1,500กระป๋อง กันเลยทีเดียว


3.และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย การชิมเบียร์ !

พอเสร็จจากขึ้นตอนการชมชั้นตอนการผลิตต่างๆเสร็จแล้ว ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนที่ทุกคนรอคอย นั้นก็คือขั้นตอนการชิมเบียร์ ซึ่งได้มีการจัดสถานที่สำหรับทดลองชิมเบียร์แถมยังมีกับแกล้มไว้ให้แกล้มเบียร์กันแบบฟรีๆอีกด้วย ซึ่งสามารถใช้เวลาในจุดนี้ได้ท่านละ20นาที และสามารถดื่มเบียร์ได้ไม่เกินท่านละ3แก้ว ส่วนเพื่อนๆน้องๆคนไหนที่อายุไม่ถึง20ปี หรือว่าต้องขับรถกลับบ้านหลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว หากแจ้งกับทางโรงงานก็ได้มีการจัดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอร์จำพวก calpis ,มิซึยะ ไซเดอร์เอาไว้ให้ไดเลือกดื่มกันด้วย

ทางผู้เขียนก็ไม่รอช้า รีบรับเบียร์แบบที่ลงในป้ายโฆษณา ซุปเปอร์ ดราย มาลองดื่มดู แล้วก็พบว่าดื่มคล่องคอและรสชาติดีกว่าเบียร์แบบธรรมดามากๆ ทำให้เวลากระหายหรือคอแห้งกลับกระปี้กระเป่าขึ้นมาทันทีเลย

คุณ Pierre: ‘หลังจากที่รอคอยเวลานี้มานาน!ผมเลยดื่มเบียร์ที่ได้รับมาก่อนที่จะมาถึงที่นั่งเสียอีกครับ’

ต่อจากนั้น ทางผู้เขียนก็ได้ลองชิมเบียร์ที่ปรับสูตรใหม่ ทั้งความเข้มข้น ความหอม และความแรงของแอลกอฮอล์ที่ปรับที่อยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่จะสามารถใส่เข้าไปในเบียร์ได้ ที่มีชื่อเรียกว่า ดราย พรีเมี่ยม โฮโจ ซึ่งรสชาติที่เข้มข้นขึ้นและความแรงของแอลกอฮอร์ที่แตกต่างจากซุปเปอร์ ดราย ให้ความรู้สึกว่านี่กำลังดื่มเบียร์อยู่แบบจัดเต็ม

คุณ Pierre: ‘พรีเมี่ยมนี่ อร่อย !ช่วงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น ผมก็ดื่มพรีเมี่ยมนี้ประจำครับ ! ’

สุดท้ายนี้

เป็นอย่างไรบ้างคะ?กับทัวร์เที่ยวชมโรงงานผลิตเบียร์กับบริการที่ได้รับซึ่งเกือบลืมไปเลยว่าทั้งหมดที่ผ่านมานี้ เราเข้าไปเที่ยวชมฟรี!!??หากใครมีเวลามาเที่ยวที่ฮะกาตะแล้วหล่ะก็ อยากจะให้ลองมาชิมเบียร์กันที่ โรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะกันดูสักครั้งนะ

Information

โรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ

ที่อยู่:Fukuoka,Hakataku takeshita 3-1-1

เวลาเปิด-ปิดบริการ:เปิดให้ลงทะเบียนการเข้าชมโรงงาน (ตั้งแต่ 9:30-15:00)

วันหยุดประจำ:วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่,วันหยุดราชการ

Wi-Fi:ไม่มี

บัตรเครดิต: ใช้ได้

ภาษาที่ใช้:อังกฤษ,เกาหลี

เมนูภาษาต่างประเทศ:อังกฤษ,จีนกลาง,เกาหลี

สถานีใกล้เคียง:JR คาโงะชิม่าฮงเซ็น ‘สถานี ทาเกะชิตะ’

การเดินทาง:จากสถานี ทาเกะชิตะ เดินต่ออีกประมาณ4นาที

ราคา:-

ศาสนาที่เกี่ยวข้อง:-

หมายเลขติดต่อ:092-431-2701(เวลาทำการ9:00-17:00)

Website :โรงงานผลิตเบียร์อาซาฮี ฮะกาตะ