สปท.งดประชุม-กรธ.ยังสรุปร่างรธน.

สปท.งดประชุม-กรธ.ยังสรุปร่างรธน.

สปท.งดประชุม-กรธ.ยังสรุปร่างรธน.

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ งดประชุม 11 – 12 เมษายน – กรธ. ยังสรุปร่าง รธน. ก่อนส่ง กกต. ภายในวันที่ 13 เม.ย.ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ มีคำสั่งงดประชุม 11 – 12 เมษายนนี้ ขณะ กรธ. ยังสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญก่อนส่ง กกต. ความเคลื่อนไหวที่รัฐสภา วันนี้ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีคำสั่งงดการประชุมในวันจันทร์ที่ 11 เมษายน และวันอังคารที่ 12 เมษายน นี้ โดยนัดประชุมอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น จำนวน 2 เรื่อง คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่นและร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นและร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. …. จากนั้น งดประชุมในวันอังคารที่ 19 เมษายน เพื่อให้สมาชิกได้ประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ ทั้ง 12 คณะ ก่อนนำสาะสำคัญของการปฏิรูปบรรจุเข้าที่ประชุม สปท.

ส่วนในช่วงบ่าย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังประชุมตามปกติ เพื่อพิจารณาสรุปสาระสำคัญของร่างฯ ก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ภายในวันที่ 13 เมษายนนี้

โชเฟอร์รถ 6 ล้อ เผย หลบแล้วแต่ไม่พ้น ชนรถตู้ทีมแพทย์

โชเฟอร์รถ 6 ล้อ เผย หลบแล้วแต่ไม่พ้น ชนรถตู้ทีมแพทย์

โชเฟอร์รถ 6 ล้อ เผย หลบแล้วแต่ไม่พ้น ชนรถตู้ทีมแพทย์

จากกรณีเหตุการณ์รถบรรทุก 6 ล้อ ชนกับรถของคณะแพทย์ บนทางด่วนยกระดับบูรพาวิถี กม.ที่ 44 (+600) ด้านฝั่งขาเข้า กรุงเทพมหานคร พื้นที่ ม.12 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และรอดชีวิต 1 ราย คือ นพ.สิทธิวัฒน์ หรือ หมอแบงค์ อายุ 37 ปี

ความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว (8 เม.ย.) จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถตู้อัลพาท สีขาว ทะเบียน 1กพ 6013 กทม. 6 ล้อ ทะเบียน 82-9251 พระนครศรีอยุธยา ได้นำทีมแพทย์เดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อไปทำการผ่าตัดเคสพิเศษด่วน ที่โรงพยาบาลเขตเมืองพัทยา จากนั้นจึงเดินทางกลับ

แต่เกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง น.ส.ปรางทิพย์ อายุ 36 ปี คนขับจึงนำรถไปจอดแอบริมไหล่ทางพร้อมเปิดฝากระโปรงหน้า และไฟฉุกเฉินทิ้งไว้ ก่อนที่จะมีรถบรรทุก 6 ล้อ ที่ขับมาบนถนนทางด่วนบูรพาวิถี ช่องทางด้านซ้ายสุด พุ่งเข้ามาชนอย่างแรง

จากการสอบสวน นายเกรียงไกร อายุ 38 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากโรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาส่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี จากนั้น เมื่อส่งสินค้าเสร็จแล้วจึงเดินทางกลับ

แต่เมื่อมาถึงยังจุดเกิดเหตุได้ขับตามรถตู้มาบนช่องทางซ้ายสุด แต่เมื่อรถคันหน้าได้เห็นว่ามีรถที่จอดเสีย และเปิดให้สัญญาณไฟฉุกเฉินก่อน แต่ไม่ยอมให้สัญญาณไฟเตือนแก่รถคันหลังว่ามีสิ่งกีดขวาง กลับหักหลบออกไปยังเลนที่สองทางขวาเพียงลำพัง

ส่วนตนที่ขับรถตามมาเห็นรถตู้ในระยะกระชั้นชิดแล้ว จึงได้พยายามหักหลบออกทางขวาเช่นเดียวกันแต่ไม่พ้น จึงเกิดพุ่งเข้าชนทางด้านท้ายรถตู้ที่จอดเสียอยู่ทางมุมขวาอย่างแรง จนรถเสียหลักเซไปทางขวาสุด ก่อนที่จะมีรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังบนทางด่วนพุ่งชนท้ายรถอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู สารวัตรเวรสอบสวนคดีจราจร สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอยู่ จึงยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลใดๆ หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถให้รายละเอียดได้

ทั้งนี้ รายชื่อผู้เสียชีวิตประกอบด้วย นายสุพัฒน์ อายุ 33 ปี น.ส.ปรางทิพย์ อายุ 36 ปี น.ส. กัญญาพัชร อายุ 35 ปี และ นางวรนิตย์ อายุ 44 ปี

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

สลด! รถตู้คณะแพทย์จอดเสีย ถูก 6 ล้อชนดับ 4 เจ็บ 1

เกิดอุบัติเหตุรถตู้คณะแพทย์ผ่าตัดพิเศษจอดเสีย ถูกหกล้อชนท้ายเสียชีวิต 4 ศพ สาหัส 1 เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.จุฬารัตน์ แล้ว

เวลา 21.45 น. พ.ต.ต.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.บางปะกง ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถชนกันบนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลัก กม44+600 มุ่งหน้าเข้า กทม.

ที่เกิดเหตุพบ รถตู้อัลพาท สีขาว ทะเบียน 1กพ 6013 กทม. 6 ล้อ ทะเบียน 82-9251 พระนครศรีอยุธยา และรถเก๋งยารีส ทะเบียน ฌค3492 กทม. สภาพรถส่วนใหญ่พังเสียหายยับเยิน ในที่เกิดเหตุยังพบผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.จุฬารัตน์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้โตโยต้า อัลพาท ซึ่งเป็นคณะแพทย์ผ่าตัดพิเศษ 6 คน เพิ่งเสร็จจากภารกิจผ่าตัดคนไข้ที่พัทยา จ.ชลบุรี มุ่งหน้ากลับกรุงเทพมหานคร เกิดรถเสีย ผู้โดยสารจึงลงมายืนอยู่ด้านหน้ารถ

แต่จังหวะนั้นเกิดโชคร้ายถูกรถหกล้อพุ่งเข้าชนอย่างจัง ก่อนจะมีรถเก๋งมาชนซ้ำอีก ส่งผลให้ผู้โดยสารชาย 1 ราย กระเด็นตกลงมาใต้ทางด่วนเสียชีวิต และเสียชีวิตอยู่บนทางด่วนเป็นหญิง 3 ราย รวมเสียชีวิต 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย รอดชีวิตอย่างปาฏิหาร์ย 1 ราย คือ นพ.สิทธิวัฒน์ อินทรขาว หรือ หมอแบงค์ อายุ 37 ปี

เบื้องต้น คนขับรถหกล้ออ้างว่ามีรถคันหน้าบังอยู่ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถบรรทุกคันหน้าหักหลบรถตู้กระชั้นชิด ทำให้ตนหักหลบตามไม่ทันจึงชนรถตู้คันดังกล่าว

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ฆ่าตัวตายหนีคดี ระหว่าง ตร.ตรวจค้นที่พักย่านรัชดา-ท่าพระ

ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียักยอกทรัพย์ใน จ.ระยอง-จันทบุรี ตัดสินใจฆ่าตัวตายหลบหนีความผิด ระหว่างตำรวจนำตัวไปตรวจค้นห้องพัก

วันที่ 7 เม.ย.2559 สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ได้รีบแจ้งเหตุชายกระโดจากอาคารคอนโดมิเนียม ย่านรัชดา-ท่าพระ เขตธนบุรี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น จำนวน 2 อาคาร

จุดเกิดเหตุเป็นอาคารบี พบศพนายวรสุพัชร์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมาย คดียักยอกทรัพย์ใน จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี เกี่ยวข้องกับวัดชื่อดังแห่งหนึ่งขณะที่บวชอยู่ และหลบหนีคดีมาเช่าห้องที่ห้องพักดังกล่าว

ก่อนเกิดเหตุตำรวจสายตรวจปฎิบัติการพิเศษนำหมายจับเข้าจับนายวรสุพัชร์ ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และนำตัวมาค้นห้องพักที่คอนโดฯ เพื่อตรวจค้น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น นายวรสุพัชร์ อาศัยจังหวะตำรวจเผลอวิ่งหลบหนีออกไปนอกระเบียงห้อง ก่อนกระโดดระเบียงฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

ปนัดดาพบลูกคนโตแม่ประนอมห้ามสื่อเข้าทำข่าว

‘ม.ล.ปนัดดา’ เดินทางมายังโรงงานน้ำพริกแม่ประนอม ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อพูดคุยกับลูกสาวคนโตแม่ประนอม ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าภายในม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมายัง บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อเจรจาพูดคุยกับ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาแม่ประนอม ชื่อดัง หลังมีปัญหาฟ้องร้องกับ นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต ที่ถูกกล่าวอ้างฮุบกิจการน้ำพริกเผา มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทไป และขอให้คืนทรัพย์สินและกิจการทั้งหมด ซึ่ง ม.ล.ปนัดดา ได้นั่งรถ BMW สีดำ เข้าไปด้านใน

ขณะที่ ทางโรงงานน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน และให้จอดรถรออยู่บริเวณถนนด้านหน้าโรงงาน และยังไม่มีใครออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ

อย่างไรก็ตาม ได้มีตำรวจจราจรมาอำนวยความสะดวกให้กับรถยนต์ที่ผ่านด้านหน้าโรงงานน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ด้วย

ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพบนางศิริพร แดงสุภา ลูกสาวคนโต นางประนอม แดงสุภา เจ้าของน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ที่บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ย่านพุทธมณฑลสาย 3 กรณีความขัดแย้งในครอบครัวเกี่ยวกับการโอนหุ้นธุรกิจน้ำพริกเผา ว่า ในวันนี้ เข้าไปพูดคุยกับ นางศิริพร เป็นการส่วนตัวเพื่อสอบถามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เท่าที่ฟังทั้งสองฝ่ายอยากปรับความเข้าใจ และต้องการที่จะพูดคุยกันเนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้คุยกันโดยตรง เป็นเพียงการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ แต่สัมผัสได้แม่ลูกยังมีเยื่อใยต่อกัน ซึ่งจะพูดคุยกันโดยตรงในอนาคต แต่ยังไม่ระบุวันส่วนเรื่องคดีความที่มีการฟ้องร้องกัน ก็ดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะมีการถอนฟ้องหรือไม่นั้น เชื่อว่ามีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากสายสัมพันธ์แม่ลูก อย่างไรก็ตัดไม่ขาด

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจะต้องรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบ เนื่องจากเป็นระเบียบของตนเองต้องรายงานการทำงานในทุกเรื่องอยู่แล้ว

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

พุทธะอิสระฟ้องแพ่งเจ้าคุณพิพิธเรียก10ล.

หลวงปู่พุทธะอิสระ ส่งทนายความฟ้องแพ่ง ‘เจ้าคุณพิพิธ’ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาทนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้รับมอบหมายให้ยื่นฟ้อง พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ฐานละเมิดด้วยการกล่าวไขข่าวให้เสียหายด้วยข้อความอันทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่นหลวงปู่พุทธะอิสระ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท นายธีรยุทธ ทนายความ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2559 เจ้าคุณพิพิธ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมของพระสงฆ์ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งคำให้สัมภาษณ์เปรียบเทียบ หลวงปู่พุทธะอิสระ มีลักษณะครึ่งคนครึ่งพระ จากการเปรียบเทียบดังกล่าว ทำให้มีการนำไปเผยแพร่กันทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ และวิพากษ์วิจารณ์จนได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ คณะทำงานของหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ติดตามเก็บรวบรวมข้อมูลการให้สัมภาษณ์ของ เจ้าคุณพิพิธ หลาย ๆ ครั้ง มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 และในวันนี้จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท หลังจากนี้จะต้องปรึกษาหารือกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง ทนายความ ได้ยื่นฟ้องแล้ว ศาลจึงรับคำฟ้องไว้เป็นคดีแพ่ง หมายเลขดำ 1547/2559 โดยจะนัดพร้อมเพื่อชี้สองสถาน ในวันที่ 30 พ.ค. 2559 เวลา 13.30 น.

มาแล้ว หวยน้องมายู แม่เมย์ โพสต์ใบ้เลขลงไอจี

มาแล้ว หวยน้องมายู แม่เมย์ โพสต์ใบ้เลขลงไอจี

มาแล้ว หวยน้องมายู แม่เมย์ โพสต์ใบ้เลขลงไอจี

กลายเป็นซุปตาร์ตัวน้อย ที่นอกความความน่ารักของ “น้องมายู” ลูกพ่อหนุ่ม กรรชัย กับแม่เมย์ ตอนนี้น้องมายู ก็กำลังเป็นที่รักและเอ็นดูของแฟนๆ ที่ชอบลุ้นโชค รอให้น้องมายูใบ้หวยกันเป็นแถว หลังจากที่มีแฟนคลับซื้อเลขเด็ดตามที่น้องมายูใบ้ไปและยังถูกรางวัลนับแสนบาทมาแล้ว

แล้ววันนี้ (1 เม.ย.) ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ทุกคนรอคอย เพราะถึงครอบครัว “กำเนิดพลอย” จะไปได้อยู่เมืองไทย เพราะไปเที่ยวไกลถึงญี่ปุ่น แต่แม่เมย์ก็ขอเอาใจแฟนๆ ด้วยการโพสต์รูปน้องมายู และแคปชั่นได้ใจความว่า ตามนั้น พร้อมกับท่าทางและน้องมายูก็ทำมือแบบนี้ ให้ไปตีความกันเอาเอง

งานนี้ก็ต้องแล้วแต่ดวงของแต่ละคนด้วยนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนโชคดีมายูให้โชคนะคะ

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เจมส์ มาร์ ผ่อนผันทหารครั้งที่ 3 เหตุยังติดเรียนปริญญาโท

เมื่อวันที่ 1 เมษายน เวลา 08.10 น. นายเจมส์ อัศรัศกร หรือ เจมส์ มาร์ วัย 22 ปี พระเอกชื่อดังจากละคร ‘ข้าบดินทร์’ ทางช่อง 3 ได้เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารที่โรงเรียนวัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กทม. ในการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ เขตวัฒนา ประจำปี 2559

โดยการผ่อนผันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากหลังเรียนจบปริญญาตรี เมื่อปีที่ผ่านมา เจมส์ก็ได้ศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทันที

หนุ่มเจมส์ กล่าวว่า ครั้งนี้ตนผ่อนผันเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากกำลังศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการท่องเที่ยว ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งตามกฎหมายให้ใช้สิทธิผ่อนผันได้จนอายุ 26 ปี แต่ตนก็ยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคตว่าจะใช้สิทธิ์ครบเลยหรือไม่ โดยเมื่อเรียนจบก็จะทำตามกระบวนการเหมือนกับที่ทุกคนทำ ส่วนจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรืออย่างไรนั้นค่อยว่ากันอีกที

“ณ ตอนนี้ผมต้องยังต้องใช้ก่อน แต่ว่าผมยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคต เรื่องนั้นเรื่องจะใช้ครบไหมมันเป็นเรื่องของอนาคตซึ่งตอนนี้เรายังบอกไม่ได้ครับว่าเราจะใช้จนถึงอายุ 26 เลยหรือเปล่า ตอนนี้ผมก็ 22 เองเพราะฉะนั้นก็ตอนนี้ต้องใช้ก่อนครับผม พอเรียบจบก็จะมาทำตามกระบวนการตามทุกคนๆ ที่ทุกคนเขาทำไม่ว่าจะเป็นการจับใบดำใบแดงหรือว่าตามที่ทุกคนเขาทำแล้วก็ถึงเวลานั้นเราค่อยว่ากันอีกทีครับ” เจมส์กล่าว

พร้อมบอกด้วยว่า “เรื่องการสมัครมันคงยังไม่ถึงเวลาคิดมั้งครับ (หัวเราะ) เพราะว่าอันนี้ทั้งงานทั้งเรียนด้วย แต่ถ้าถึงเวลาเราอายุมากกว่านี้หน่อย คิดแล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่คิดครับผม ซึ่งถ้าเกิดถึงเวลานั้นจะเป็นที่ไหนก็ได้ที่เขารับผม ผมชอบทุกหน่วยเลยนะครับ ด้วยความที่เราดูหนังแล้วก็ ชอบหมดทุกหมู่ ทุกหมู่เท่หมดเลยครับ อย่างที่บอกครับที่ไหนก็ได้ครับ”

“อยากจะฝากถึงชายไทยทุกคนนะครับว่าเราก็มาทำตามกฎหมายดีกว่า เมื่อสมมุติถ้าเกิดเราไม่พร้อมที่จะจับปีนี้เราก็ผ่อนผันไปก่อนได้ถึงอายุ 26 ครับผม ทำตามกฎหมายครับ แล้วทุกอย่างก็จะโอเคครับ” เจมส์กล่าวในที่สุด

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

ช็อตเด็ด! ไม่รัก-ไม่ทำให้ บิ๊กน้อย คุกเข่าถอดรองเท้าให้ ‘บิ๊กตู่’

   ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ ตัวแทนนักเรียนอาชีวะจากวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพฯ ได้นำเครื่องสแกนรูปเท้า “ฟุตสแกนเนอร์” เพื่อใช้เป็นโมเดลวัดขนาดแผ่นยางรองรองเท้าเพื่อสุขภาพจากแนวคิดของนักเรียน ซึ่งตัวแทนนักเรียนขอให้นายกฯ ประชาสัมพันธ์เครื่องสแกนรูปเท้า โดยการทดลองสแกนเท้า

แต่นายกฯ ไม่สามารถถอดรองเท้าเองได้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้เข้ามาช่วยถอดรองเท้าให้ ทำให้บิ๊กตู่ถึงขนาดเอามือไปจับหลังบิ๊กน้อย พร้อมยิ้มและกล่าวคำขอบคุณ โดยนายกรัฐมนตรีได้หันมาพูดแก้เขินว่า “เท้าฉันสะอาด ไม่ต้องห่วง”

ซึ่งผลการสแกนเท้า นายกฯมีรูปเท้าที่ปกติ ถือว่าเป็นคนที่มีสุขภาพเท้าดี ทั้งนี้ทางตัวแทนนักเรียนจะนำรูปเท้าที่ได้จากการสแกนมาผลิตเป็นแผ่นรองเท้าขนาดเบอร์ 42 นิ้ว มอบให้นายกฯ ไว้ใช้ และในเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะลงมาวัดขนาดเท้าเพื่อทำแผ่นรองรองเท้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ถือเป็นนายทหารที่สนิทกันมานาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 23 ขณะที่พล.อ.สุรเชษฐ์ เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 25

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้น ศก.ช่วงสงกรานต์ คาดสร้างรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกินเที่ยวช่วยชาติ คาดสร้างเงินรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2 เส้นทางเพื่อกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประชาชนที่ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย.2559 สามารถนำใบกำกับภาษีฉบับเต็มมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

พร้อมต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท ออกไปอีก 1 ปีถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 คาดว่าตลอดเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่จะได้ข้อมูลการเสียภาษีของนิติบุคคลร้านอาหาร รวมทั้งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายกลับมาประมาณ 1.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทาง แคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทาง ลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว หรือโมโนเรล ในรูปแบบเอกชนเข้าลงทุนกับภาครัฐ หรือพีพีพี คาดว่าเปิดประมูลแบบนานาชาติได้ภายใน 3 เดือน หรือประมาณเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามมา